Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปลาหมอคางดำ 4N ผนึกกำลังเทคโนโลยี eDNA ความหวังฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ

ปลาหมอคางดำ 4N ผนึกกำลังเทคโนโลยี eDNA ความหวังฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ

-

ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ในประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่กระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้าน เนื่องจากปลาชนิดนี้มีความสามารถในการปรับตัวสูง ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และมีอัตราการรอดชีวิตสูง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกับปลาท้องถิ่นและรบกวนระบบนิเวศโดยรวม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยไทยได้พัฒนาแนวทางการควบคุมปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ปลาหมอคางดำ 4N (tetraploid) ร่วมกับเทคโนโลยี eDNA ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน

นักวิจัยกรมประมงได้พัฒนาเทคนิคการเหนี่ยวนำโครโมโซมสัตว์น้ำ (polyploid) การสร้างปลาหมอคางดำที่มีโครโมโซม 4N ซึ่งเมื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลาชนิดนี้จะสามารถผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำปกติที่มีโครโมโซม 2N ได้ และจะทำให้ลูกปลาที่เกิดขึ้นใหม่เป็นปลาที่มีโครโมโซม 3N ซึ่งเป็นปลาที่เป็นหมัน ไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว การใช้แนวทางนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมประชากรปลาในหลายประเทศ และกรมประมงของไทยกำลังดำเนินการทดลองในฟาร์มเพาะเลี้ยงและขยายผลเพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างแท้จริง

สำหรับการใช้เทคโนโลยี 4N ควรดำเนินการควบคู่กับเทคโนโลยี eDNA (Environmental DNA : eDNA) ซึ่งเป็นเครื่องมือเฝ้าระวังและควบคุมปลาหมอคางดำ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถตรวจจับ DNA ของปลาหมอคางดำที่ตกค้างอยู่ในแหล่งน้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องจับปลาตัวเป็นๆ วิธีนี้มีความแม่นยำสูงและสามารถใช้เฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสามารถระบุตำแหน่งที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างทันท่วงที หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าดำเนินการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ นอกจากการใช้ปลาหมอคางดำ 4N และเทคโนโลยี eDNA แล้ว ควรดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เช่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความรู้แก่ชุมชนและชาวประมงเกี่ยวกับผลกระทบของปลาหมอคางดำ และวิธีการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ การจับออกจากแหล่งน้ำและนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ อาทิ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลายหลายเมนู หรือใช้เป็นวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ หรือการนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ

ส่วนอีกแนวทางที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง คือ การเพิ่มจำนวนปลาผู้ล่าในระบบนิเวศ เช่น ปลากะพง และปลาอีกง การเพิ่มประชากรปลานักล่าในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งที่มีปลาหมอคางดำชุกชุมจะช่วยควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำตามธรรมชาติ

ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำสามารถแก้ไขได้หากมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและดำเนินการอย่างเป็นระบบ การใช้ปลาหมอคางดำ 4N เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการแพร่พันธุ์ ขณะที่เทคโนโลยี eDNA ช่วยในการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างแม่นยำ เมื่อบูรณาการแนวทางเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะเป็นวิธีการที่สามารถลดผลกระทบของปลาหมอคางดำต่อระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าปัญหานี้สามารถควบคุมและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย…ปาจรีย์ เนินสำราญ นักวิชาการอิสระ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...