Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“ชมพูพันธุ์ทิพย์” พืชควบคุมนำเข้าส่งออกต้องได้รับอนุญาต

“ชมพูพันธุ์ทิพย์” พืชควบคุมนำเข้าส่งออกต้องได้รับอนุญาต

-

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผย“ชมพูพันธุ์ทิพย์” พืชควบคุมภายใต้อนุสัญญาไซเตสนำเข้าและส่งออกต้องได้รับหนังสืออนุญาต

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญาไซเตส หรือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพืช เนื่องจากเป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทยที่รับผิดชอบด้าน การวิจัย การควบคุม และการกำกับดูแลพืชที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ โดยมีสำนักคุ้มครองพันธุ์พืชรับผิดชอบในการกำกับดูแล ซึ่งตัวอย่างพืชที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตสบัญชีที่ 2ได้แก่หม้อข้าวหม้อแกงลิง และกฤษณา โดยเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือที่ได้รับการขนานนามว่าซากุระเมืองไทยได้ถูกเสนอให้บรรจุไว้ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส บัญชีที่ 2 ภายใต้การควบคุมของอนุสัญญาไซเตส ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่มีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์พืชป่าและสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์จากการค้าระหว่างประเทศ

ไม้ต้นกลุ่มชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือ ตะเบบูย่า มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกไปจนถึงเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์ นอกจากคุณค่าทางด้านไม้ประดับแล้ว ไม้ตระกูลนี้ยังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมไม้ เช่น งานก่อสร้าง ทำพื้นระเบียง และเฟอร์นิเจอร์ ส่งผลให้มีการตัดไม้เพิ่มขึ้นจนทำให้ไม้กลุ่มนี้มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ ดังนั้นในการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 19 ณ ประเทศปานามา ประเทศโคลอมเบีย สหภาพยุโรป และปานามา จึงได้เสนอให้บรรจุไม้ตระกูลตะเบบูย่า 3 สกุล ได้แก่ Handroanthus, Roseodendron และ Tabebuia รวมจำนวน 113 ชนิด ไว้ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส บัญชีที่ 2 เพื่อควบคุมการค้าไม้ในลักษณะไม้ท่อน ไม้แปรรูป แผ่นไม้บาง ไม้อัด และไม้ที่เปลี่ยนรูปร่าง ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว ส่งผลให้ไม้ตระกูลตะเบบูย่าอยู่ภายใต้การควบคุมของอนุสัญญาไซเตส โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า ประเทศไทยได้นำไม้ต้นในกลุ่มนี้เข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับหลายชนิด โดยชนิดที่ได้รับความนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ซึ่งหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต ได้นำเข้ามาประมาณปี พ.ศ. 2490 นอกจากนี้ยังมี เหลืองปรีดียาธร ซึ่งตั้งชื่อตามหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล  และเหลืองอินเดีย จัดอยู่ในสกุล Tabebuia แต่ภายหลังจากการศึกษาด้านความสัมพันธ์ทางโมเลกุล นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกออกเป็น 3 สกุลดังกล่าว โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานสะพรั่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นริมถนน สวนสาธารณะ หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ ทั้งนี้แม้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อยู่ภายใต้การควบคุมของอนุสัญญาไซเตส

แต่ประเทศไทยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่ไม้ตระกูลนี้ถูกบรรจุในบัญชีแนบท้ายของอนุสัญญาไซเตส อย่างไรก็ตาม ในฐานะประเทศภาคีของอนุสัญญาไซเตสไทยยังคงมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับนานาประเทศ ในการควบคุมและกำกับดูแลการค้าไม้กลุ่มนี้ โดยต้องดำเนินการออกหนังสืออนุญาต (CITES Permit) เพื่อใช้ประกอบการนำเข้าและส่งออกให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญา ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการลักลอบค้าไม้ที่อาจส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์พันธุ์พืชในระดับสากล

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...