Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดยกระดับจากฟาร์มเกษตรกร สู่แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์

ยกระดับจากฟาร์มเกษตรกร สู่แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์

-

นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก หมู่ที่ 7 ตำบล ช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี นับเป็นกลุ่มต้นแบบความสำเร็จจากการยกระดับจากฟาร์มเกษตรจำนวน 5 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน สร้างเครือข่ายเกษตรกร   รวมถึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอย่างครบวงจร และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างยั่งยืน

จากการลงพื้นที่ของ สศท.10 โดยสัมภาษณ์นายสุพจน์ กลิ่นพ่วง ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก บอกเล่าว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก มีพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรและปลูกพืชผักอินทรีย์ จำนวน 5 ไร่ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 50 ราย สมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 92 จะเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก และบางส่วนจะปลูกพืชผักอินทรีย์ ซึ่งเกษตรกร จำนวน 4 ราย

ที่ปลูกพืชผักอินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems: PGS) โดยกลุ่มมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการผลิตพืชผักอินทรีย์ไว้จำหน่าย และบางส่วนเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน กลุ่มจึงมีการส่งเสริมสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปให้มีส่วนร่วมผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย มีการเรียนรู้ตลอดเวลาทำให้กลุ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการเชื่อมโยงธุรกิจและการท่องเที่ยวสู่ชุมชน รวมถึงพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่ายเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้ กลุ่มได้รับมาตรฐานออร์แกนิคไทยแลนด์ (Organic Thailand) และรางวัล   1 ตำบล 1 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ด้านสถานการณ์การผลิตพืชผักอินทรีย์ของกลุ่มหลัก ๆ คือผักสลัดและผักตามฤดูกาล ได้แก่ คอส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เคล กวางตุ้ง ฮ่องเต้ มะเขือเทศ แฟง ฟักทอง ผักบุ้ง มะเขือเปราะ ซึ่งเกษตรกรจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพาะปลูกทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 80 กิโลกรัม/วัน หรือ 560 กิโลกรัม/สัปดาห์ หรือประมาณ 29 ตัน/ปี โดยผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 จำหน่ายให้กับโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ผลผลิตร้อยละ 20 ออกบูธจำหน่ายภายในจังหวัด และผลผลิตร้อยละ 10 จำหน่ายหน้าฟาร์ม

สำหรับกิจกรรมทางการเกษตรของกลุ่มบนพื้นที่ 5 ไร่ แบ่งเป็น การผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐานออแกร์นิคไทยแลนด์ จำนวน 3 ไร่ กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรรม จำนวน 1.5 ไร่ และตลาดปันรักษ์ จำนวน 0.5 ไร่                ซึ่งภายในฟาร์มมีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและเรียนรู้ ดังนี้ 1) กิจกรรมผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรตามมาตรฐานออแกร์นิคไทยแลนด์ (Organic Thailand) นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผักและเลือกตัดผักจากแปลงได้ด้วยตนเอง และยังมีสินค้าแปรรูปที่ผลิตและจำหน่ายโดยกลุ่ม เช่น กิมจิ ผงโรยข้าว คุกกี้ผักเคล 2) กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรรม ประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ 7 ฐานเรียนรู้ ได้แก่ ฐานที่ 1 มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ฐานที่ 2 การบริหารการปลูกผักอินทรีย์ ฐานที่ 3 การจัดการดิน ฐานที่ 4 การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ฐานที่ 5 การผลิตสารชีวภัณฑ์ ฐานที่ 6 การเลี้ยงไก่อินทรีย์ และฐานที่ 7 การเลี้ยงไส้เดือนดิน

และ 3) กิจกรรมการท่องเที่ยว ตลาดปันรักษ์ ซึ่งกลุ่มสร้างเครือข่ายในชุมชนร่วมกันจัดตลาดเพื่อสร้างความรับรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์และของดีในชุมชน  ให้มากขึ้น สินค้าที่มีจำหน่ายในตลาด เช่น ผักสลัด ผักตามฤดูกาล และสินค้าแปรรูป รวมทั้งอาหารท้องถิ่นของดีในชุมชน เช่น ขนมตาล ตาลโตนดทอด ข้าวเกรียบงา ขนมเบื้อง และอาหารเครื่องดื่มอีกหลากหลาย ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวและผู้เข้ามาอบรมเรียนรู้เฉลี่ย 2,500 ราย/ปี สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมศึกษาดูงาน การขายผลผลิตในฟาร์มและสินค้าแปรรูปเฉลี่ย 2,000,000 บาท/ปี คิดเป็นกำไร 562,500 บาท/ปี ซึ่งมากกว่ารายได้เฉลี่ยในช่วงก่อนการยกระดับฟาร์มถึงร้อยละ 67

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนกลุ่มในระยะต่อไป คือการพัฒนาและยกระดับการจัดอบรมการสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นให้กับสมาชิก ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าในตลาดปันรักษ์ และนักเรียนในชุมชน ให้สามารถสื่อสารอธิบายเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ซื้อขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ เนื่องจากเริ่มมีคณะทัวร์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาศึกษาดูงาน   ซึ่งวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก ถือเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากการยกระดับจากฟาร์มเกษตรเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ นับได้ว่าทั้งผู้นำและสมาชิกกลุ่มฯ มีการปรับตัวและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมและกระแสโลกที่มีต่อภาคเกษตร ในยุคที่การผลิตสินค้าเกษตรต้องมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตรวจสอบได้ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอย่างครบวงจร และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างยั่งยืน หากเกษตรกรหรือท่านใดสนใจข้อมูลและต้องการเข้าศึกษาดูงาน

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายสุพจน์ กลิ่นพ่วง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก หมู่ที่ 7 ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โทร. 09 2893 4462

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...