Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพรภวิษย์ เกษตรกรสุรินทร์พลิกชีวิตทำนาข้าว ปลูกหญ้าเสริมรายได้

พรภวิษย์ เกษตรกรสุรินทร์พลิกชีวิตทำนาข้าว ปลูกหญ้าเสริมรายได้

-

พรภวิษย์ เสริมศิริ เกษตรกรบ้านคำปุง ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวถึงสถานการณ์การทำนาในช่วงครึ่งปีแรกว่า ยังประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การทำนาข้าวผลผลิตไม่ค่อยดีมากนัก เกษตรกรส่วนหนึ่งเริ่มหันมาใช้พื้นที่ทำนาหันมาปลูกหญ้า เพื่อใช้ในการเลี้ยงวัว ควาย เพราะในแถบจ.สุรินทร์ จ.ร้อยเอ็ด และจ.มหาสารคาม นิยมเลี้ยงสัตว์กันเยอะ เกษตรกรบางท้องที่ใช้พื้นที่ปลูกหญ้า 5 ไร่ขึ้นไป อย่างหญ้าเนเปียร์, หญ้าแพงโกลา หญ้าไนท์นิยมใช้เลี้ยงโคพันธุ์เนื้อกันมาก


พร้อมกันนั้น การเพาะปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ แค่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ 45 -50 วัน ใช้เวลาตัดครั้งละ 2เดือนต่อครั้ง ส่วนการทำนากว่าจะเก็บเกี่ยวได้รอ 6 เดือน สามารถนำเงินมาเป็นทุนหมุนเวียนได้ รวมทั้ง การขายฟางข้าวอัดแท่ง กิโลกรัมละ 40-50 บาท ซึ่งได้ราคาค่อนข้างดี

“เกษตรกรทำนาปีนี้ เจอภัยแล้ง หลายคนเริ่มปรับตัว หันมาปลูกหญ้าขายกันเยอะ แต่ช่วงนี้ราคาข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิขายตันละ 17,000 บาท อีกทั้ง ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ระบายขายข้าวในสต็อกออกไปเยอะ จึงทำให้ตลาดมีความต้องการสูง

ส่วนตลาดต่างประเทศ ยังมีความต้องการข้าวจากเมืองไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง แต่ข้าวที่ส่งออกค่อนข้างที่มีความต้องการสินค้าคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมปทุม ข้าวหอมมะลิ จากจ.ร้อยเอ็ด, จ.ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ แต่ละแหล่งจะมีคุณภาพที่ต่างกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...