Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปทุมธานีลุยผลักดัน "The Eye" ดวงตาเมืองไทย แลนด์มาร์กแห่งใหม่กระตุ้นท่องเที่ยว

ปทุมธานีลุยผลักดัน “The Eye” ดวงตาเมืองไทย แลนด์มาร์กแห่งใหม่กระตุ้นท่องเที่ยว

-

พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ รองนายก อบจ.ปทุมธานี นายนพพร ขาวขำ รองนายก อบจ.ปทุมธานี นายคูณเรียม ปัทสีสร้อย นายก อบต.สวนพริกไทย นายปรีชา พูนดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 พร้อมกองช่าง อบจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่  ตำบลสวนพริกไทย เพื่อตรวจสอบพื้นที่ The Eye ดวงตาเมืองไทย หรือเกาะลอยน้ำทรงกลมมหัศจรรย์ที่ถูกค้นพบในพื้นที่ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ทาง อบจ. มีนโยบายเดิมที่ต้องการเพิ่มปอดและพื้นที่สวนสาธารณะให้กับประชาชนอยู่แล้ว เมื่อมีการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาและเห็นว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจริงๆ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารูปทรงก็ยังเปลี่ยนไปตามทิศทางลมและพายุ จึงมองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดพัฒนาพื้นที่นี้ ถ้าเราทำตรงนี้ขึ้นมาได้ มันจะเป็นแหล่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่ที่ปทุมธานี แต่อันนี้สิทธิมันอยู่ที่เจ้าของเขา คือของบริษัท ศิริผลวัฒนา (1979) จำกัด ซึ่งเราก็สนิทสนมกัน

ตอนนี้ได้ส่งทีมงานกองช่างและประธานสภาลงไปดูสภาพข้อเท็จจริงแล้ว และผมกำลังพยายามพูดคุยเจรจาอยู่ ขณะเดียวกันเราก็ไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน แต่ถามว่าเราต้องการไหม เราต้องการสร้างแลนด์มาร์กของปทุมธานีครับ ยังไงคงต้องหาที่ดินเพื่อทำหอชม  เราอยากสร้างหอคอยสูงๆ ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปดูวิวอันนี้ ต่อไปถ้าเอ่ยชื่อปทุมธานี คนจะได้ไม่นึกถึงแค่ก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเดียว แต่จะต้องมาดู “ดวงตาเมืองไทย” ที่นี่เลย

นายก อบจ.ปทุมธานี ฝากเตือนประชาชนและผู้ที่สนใจว่า เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเอกชน จึงขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เพื่อป้องกันปัญหาการบุกรุก ขอให้รอผลการเจรจาและการวางแนวทางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การเข้าชมในอนาคตเป็นไปด้วยความปลอดภัยและไม่ทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...