Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"โคโคโค" ยันโรงงานไม่กระทบแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์

“โคโคโค” ยันโรงงานไม่กระทบแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์

-

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NOVOCOCONUT INC. (NOVO) ในประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ดำเนินการตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของ NOVOCOCONUT INC. โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า โรงงาน บุคลากร และทรัพย์สินของบริษัทยังคงปลอดภัย และไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) 

ทั้งนี้ แม้พื้นที่ที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวหลักอยู่ในเกาะมินดาเนา (Mindanao) แต่โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ห่างจากบริเวณที่ได้รับผลกระทบหลักของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้การก่อสร้าง การติดตั้งเครื่องจักร ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งด้านวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน และรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์มะพร้าวในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์ในทุกพื้นที่ดำเนินธุรกิจอย่างใกล้ชิด โดยโรงงานในฟิลิปปินส์ยังคงเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง หากแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของกลุ่ม COCOCO ในระยะยาว สนับสนุนการขยายตลาดส่งออก และสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต” นางสาวพัฒรา กล่าว

ทั้งนี้ โรงงาน NOVOCOCONUT INC ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจในต่างประเทศของ COCOCO เพื่อเสริมความมั่นคงด้านซัพพลายเชน เพิ่มความคล่องตัวในการจัดหาวัตถุดิบ และรองรับแผนการเติบโตของกลุ่มบริษัทในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...