Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์"ควายเผือก"สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

-

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ “กะหนี ซาซา” อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560 ต่อมาจึงขยายฟาร์มเลี้ยงควายออกไปเรื่อย ๆ จนได้ควายเผือกหลายตัว
.
แต่ด้วยความที่ไม่มีเกษตรกรในตำบลบางเป้าเลี้ยงควายเผือกไว้เลย ทำให้เกษตรกรเพื่อนบ้านและเจ้าของสวนสัตว์ สวนอาหาร โรงแรมต่าง ๆ ติดต่อขอซื้อเพื่อนำไปเลี้ยงโชว์นักท่องเที่ยว ทำให้เกิดไอเดียเพาะพันธุ์ควายเผือกขายสร้างรายได้เสริม จากที่เคยเลี้ยงควายดำอยู่ก่อนแล้ว จึงหันมาเลี้ยงควายเผือกเพิ่ม โดยเชื่อว่าควายเผือกเลี้ยงแล้วมีแต่โชคลาภ เงินทองไหลเข้ามาไม่ขาดมือ สามารถเสริมบารมีได้

อีกทั้งราคาขายควายเผือกอายุ 2 ปี น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ราคาตัวละ 35,000 บาท ส่วนควายดำอายุ 2 ปีเท่ากันราคาตัวละ 30,000 บาท ซึ่งควายเผือกมีราคาแพงกว่าตัวละ 5,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเกษตรกรเน้นขายให้กับกลุ่มนักอนุรักษ์ กลุ่มเกษตรกรที่นำไปเพาะขยายพันธุ์หรือเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม ไม่เน้นนำไปฆ่าหรือขายต่อ ทำให้ทุกวันนี้ที่บ้านของคุณตากะหนี กลายเป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงควายเผือกที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง
.
สำหรับอาหารให้กินหญ้าสด หญ้าแห้งผสมรำข้าวและทำแอ่งน้ำไว้ให้ควายเผือกกับลูก ๆ ได้ลงแช่น้ำ พร้อมปล่อยให้เดินกินหญ้าในสวน เพื่อลดความเครียด ซึ่งควายตัวเมียจะตั้งท้องนาน 10 เดือนหรือมีลูกได้ปีละ 1 ตัว ใช้เวลาเลี้ยง 2 ปีจึงเริ่มขายได้ปีละ 4-5 ตัว สร้างรายได้เกือบ 200,000 บาทต่อปี
.
ส่วนใครสนใจติดต่อขอซื้อหรือเข้าไปศึกษาดูงานได้ที่ซาซาฟาร์ม และที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-2726028 และ 081-4150665

กะหนี ซาซา เกษตรกรเจ้าของฟาร์มเลี้ยงควายเผือก กล่าวว่า ตอนนี้มีควายดำอยู่ทั้งหมด 7 ตัวควายเผือก 8 ตัวรวมทั้งหมด 15 ตัว ส่วนความต้องการควายเผือกเอาไปโชว์ตามร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะควายเผือกมันไม่มีแล้ว มันจะหมดพันธุ์แล้ว (สูญพันธุ์) ตนจึงคิดผสมพันธุ์ให้เยอะขึ้นเพราะให้คนเอาไปเลี้ยง ไปโชว์ตามที่ท่องเที่ยว เพราะตอนนี้ใน จ.ตรังไม่มีแล้วควายเผือก แต่ยังมีที่ซาซาฟาร์มซึ่งกำลังจะขยายออกไปอีก เพราะมีคนมาขอแบ่งเอาไปโชว์บ้าง ให้เด็กดูบ้างตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
.
ราคาขายถ้าเอาไปเลี้ยงหรือไปโชว์ตัวละ 35,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ถ้าตังเล็กเกินไปก็ไม่สมบูรณ์แบบ ต้องอายุ 2 ปีขึ้นไป แต่ละปีขายได้ไม่เกิน 5 ตัวเพราะควายเกิดปีละตัว ตัวเมียมีคนเอาไปทำแม่พันธุ์ ส่วนตัวผู้เอาไปโชว์บ้าง เอาไปผสมเพื่อขายพันธุ์บ้าง โดยคิดจะขยายพันธุ์เพิ่มซึ่งปีนี้มี 15 ตัวแล้ว เพราะโดยส่วนตัวชอบควายเผือกเพราะความสวย เลี้ยงแล้วให้คุณ รู้สึกถูกชะตากับควายเผือก

สำหรับ ควายเผือก แต่ละตัวน้ำหนักตั้งแต่ 300-700 กิโลกรัม ตอนนี้ราคาขายควายเผือกดีกว่าควายดำเยอะ เพราะเป็นความสวยงาม น่ารัก อบอุ่น ส่วนควายดำตนไม่ค่อยสนิทไม่เหมือนควายเผือก อายุเท่ากันควายเผือกราคา 35,000 บาท ควายดำราคา 30,000 บาท แตกต่างกัน 4,000-5,000 บาทต่อตัว ส่วนลูกค้ามีทั้งใน จ.ตรัง กระบี่และสตูล เพื่อเอาไปเลี้ยงไว้ตามร้านอาหาร สวนสัตว์หรือการท่องเที่ยว

เครดิต:อันดามันไทม์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไร้ชื่อป้าย!“ก๋วยจั๊บป้าไฉน”สูตรโบราณต้นตำหรับ อร่อยมัดใจลูกค้าแน่นทุกวัน

“ก๋วยจั๊บคุณไฉน ท้ายบ้านริมคลองชายทุ่ง” ตั้งอยู่ริมคลองบุญ ตรงข้ามสะพานปูนสีฟ้า หมู่ 3 ตำบลหนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี หลังกลายเป็นร้านดังในโลกโซเชียลจากกระแสรีวิวความอร่อยของก๋วยจั๊บสูตรโบราณ ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 40 ปี เมื่อเดินทางไปถึงพบ นางไฉน พุ่มไสว อายุ 67 ปี หรือ “ป้าไฉน” เจ้าของร้าน กำลังยืนปรุงน้ำซุปอยู่หน้าเตาร้อน ๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศ...