นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2569 ภายใต้แนวคิด “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ ถวายพุทธบูชา วันวิสาขบูชาโลก” ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เเละได้รับการตอบรับจากศาสนิกชนทั่วประเทศอย่างคึกคัก โดยร่วมจุดประทีป สวดมนต์ และประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของสังคมไทย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
กิจกรรมสำคัญจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลาง ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร ถวายไม้ค้ำและผ้าห่มต้นพระศรีมหาโพธิ์ เวียนเทียน และร่วมกิจกรรม “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

ส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนกิจกรรมในวัดสำคัญและศาสนสถานทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัดใน 9 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แพร่ พะเยา เพชรบูรณ์ สกลนคร สงขลา สุโขทัย อุทัยธานี และอุตรดิตถ์ ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง เกิดเป็นปรากฏการณ์แห่งแสงประทีปและเสียงสวดมนต์ถวายพุทธบูชาให้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมในมิติทางศาสนาแล้ว ยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมภายในงานเปิดพื้นที่ให้ชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และเครือข่ายวัฒนธรรมได้นำผลิตภัณฑ์และอาหารพื้นถิ่นมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า เทศกาลวันวิสาขบูชา ปี 2569 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจประมาณ 4,000–4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 5% เนื่องจากเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่ประชาชนนิยมเดินทางเข้าวัด ทำบุญ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับครอบครัว ตลอดจนมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” พร้อมทั้งภาครัฐเข้มงวดดูแลราคาสินค้าและชุดสังฆภัณฑ์ให้เป็นธรรมต่อประชาชน สะท้อนบทบาทของมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นชม แม้บางพื้นที่จะประสบปัญหาสภาพอากาศและข้อจำกัดด้านสถานที่รองรับประชาชนจำนวนมาก แต่ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันบริหารจัดการอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ หลายพื้นที่ได้นำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการจัดงานอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่กับการรณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างโดดเด่นและร่วมสมัย

“วันวิสาขบูชา 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของการใช้มิติทางศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างคุณค่าทางสังคม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เกิดทั้งพลังศรัทธา พลังความดี และพลังความร่วมมือของคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะต่อยอดกิจกรรมดังกล่าวให้เป็นกิจกรรมสำคัญระดับชาติที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่องในทุกปี”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับเครือข่ายพระพุทธศาสนาและภาคีทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนารูปแบบกิจกรรมและการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมทางศาสนาได้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งให้วันวิสาขบูชาเป็น “วันแห่งการสร้างความดี สร้างความสามัคคี และแบ่งปันความสุขสู่สังคมไทย” ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสังคมไทยเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืนต่อไป



.








