เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 พ.ค.2569 นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานพิธีเปิดงาน”โครงการสืบสานประเพณีจุดลูกหนู (จรวดมอญ) จังหวัดปทุมธานี ประจำปี 2569″ โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต2 นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ รองนายกอบจ.ปทุมธานี

นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ รองนายกอบจ.ปทุมธานี นายนพพร ขาวขำ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี ที่ลานอเนกประสงค์ของ อบจ.ปทุมธานี ริมถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยถึงที่มาอันทรงคุณค่าของประเพณีนี้ว่า เดิมทีไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนาน แต่เป็นพิธีกรรมชั้นสูงที่สืบทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี ซึ่งประเพณีนี้มีไว้เพื่อการฌาปนกิจศพพระภิกษุที่มีพรรษาแก่กล้า มีบุญบารสูง ซึ่งชาวมอญถือว่าไม่ควรใช้มือจุดไฟแบบคนธรรมดา จึงต้องใช้ “ลูกหนู” หรือจรวดไม้พุ่งไปตามลวดสลิงเพื่อจุดเชื้อเพลิงเผาศพ ในอดีตงานแบบนี้จะมีเพียงปีละ 2-3 ครั้งตามแต่วาระ อบจ.ปทุมธานี จึงนำมาปัดฝุ่นใหม่และใช้ชื่อว่า “จรวดมอญ” เพื่อสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวให้ทันสมัย

แต่ยังคงวงเล็บคำว่า “(ลูกหนู)” ไว้เพื่อไม่ให้รากเหง้าดั้งเดิมสูญหายไป ปีนี้จึงมีการปรับรูปแบบการแข่งขันให้ตื่นตาตื่นใจกว่าที่เคยเห็น ขยายความตื่นเต้นเป็น 2 วันเต็ม วันแรก เปิดสนามด้วยการแข่งขัน “จรวดมอญขนาดเล็ก” เพื่อสร้างสีสันและความคึกคัก วันที่สอง ประชัน “จรวดมอญขนาดใหญ่” ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนรอคอย ทั้งสองระดับยังคงความโหดด้วยการ “เด็ดยอดปราสาท” ใครชนเป้าหมายได้แม่นยำที่สุดคือผู้ชนะ และปีนี้เน้นการแข่งช่วงกลางคืนตามคำเรียกร้อง เพื่อให้เห็นแสงไฟและประกายเพลิงจากหางจรวดที่พุ่งฝ่าความมืด ซึ่งนายกแจ๊สการันตีว่าเป็นภาพที่ “ท่านจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต”

งานประเพณีลูกหนูจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในปีนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย ขบวนแห่ลูกหนูรอบเมือง การแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของประเพณีจุดลูกหนูปทุมธานี และชมมหกรรมการแข่งขันลูกหนู โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากวัดต่างๆ ทั่ว จ.ปทุมธานี จะมาแข่งกัน ปัจจุบันนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณมาสนับสนุน เพื่อให้ประเพณีที่ดีงามเหล่านี้อยู่คู่กับท้องถิ่นตลอดไป โดยปีนี้มีคณะลูกหนูเข้าร่วม 24 คณะ แบ่งเป็น 2 สาย สายละ12 ทีม โดยปีนี้พิเศษ เพิ่มลูกหนูกระดาษ มาอีก 24ทีม ที่นำลูกหนูมาเข้าร่วมแข่งขัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

เวลาจะจุดลูกหนูก็ใช้ไม้ยาวๆ ที่มีไฟปลายยอดไปจ่อที่สายชนวน จนลูกหนูก็จะวิ่งไปตามสาย ไปชนกับเขื่อนกั้นและพุ่งไปหาปราสาทที่สร้างไว้ โดยเมื่อลูกหนูพุ่งไปชนปราสาท ไม่ว่าจะเป็นเสาปราสาท ตัวปราสาท หรือแผ่นป้ายต่างๆ ที่เตรียมไว้ ก็จะได้รับเงินรางวัลตามที่กำหนด แต่รางวัลสูงสุดคือ การที่ลูกหนูวิ่งชนยอดปราสาท

ทั้งนี้ ประเพณีการแข่งขันลูกหนู หรือ ภาษามอญจะเรียกว่า ฮะตะน๊อย แปลว่า หางหนู ถือว่าเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวมอญ หรือ ชาวรามัญ ปกติจะเป็นการแข่งขันเฉพาะในงานศพพระมอญเท่านั้น เพราะคนมอญเน้นชนวนที่ใช้จุดไฟ และการที่กระบอกเพลิงที่ถูกจุดนั้นวิ่งเข้าหาปราสาทตั้งศพอย่างรวดเร็ว และส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็ก คล้ายกับหนูในท้องนา ชาวมอญจึงเรียกการจุดกระบอกเพลิงดังกล่าวว่า การจุดหางหนู

“ปีนี้เราตั้งใจจริงที่จะโปรโมทจรวดมอญให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นี่คือการแข่งขันระหว่างวัดทุกวัดในปทุมธานี ผมการันตีความปลอดภัยและรับรองความตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะภาพการจุดจรวดแข่งกันในยามค่ำคืน “บั้งไฟต้องยโสธร จรวดมอญต้องปทุมธานี” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี




.








