Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดก.วัฒนธรรมจับมือก.ยุติธรรม-กรมราชทัณฑ์ หนุนศิลปะให้ผู้ต้องขัง

ก.วัฒนธรรมจับมือก.ยุติธรรม-กรมราชทัณฑ์ หนุนศิลปะให้ผู้ต้องขัง

-

กระทรวงวัฒนธรรม – กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ผนึกกำลังใช้ศิลปวัฒนธรรมพัฒนาชีวิตผู้ต้องขัง เปิดตัวบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ครั้งสำคัญ ใน “งานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง”

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น.  นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง โดยมี นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางเสริมกิจ ชัยมงคล รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญอำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และผศ.ประวีนา เอี่ยมยี่สุ่น รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 100 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัด “งานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง”

กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมให้เป็นพลังสร้างสรรค์ในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการเรียนรู้ การสร้างสำนึกคุณค่า และการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขณะเดียวกันกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินภารกิจด้านการควบคุม แก้ไข และพัฒนาผู้ต้องขัง โดยเน้นการเสริมทักษะ พัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้สามารถกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

ความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะชีวิต ฟื้นฟูจิตใจ เสริมสร้างแรงบันดาลใจ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้ต้องขังในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักยภาพ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายและเหมาะสม อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566 – 2570) และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในระบบควบคุมของรัฐ ให้สามารถเข้าถึงโอกาสด้านศิลปวัฒนธรรมได้อย่างทั่วถึง และใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิต

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
1. การเสวนา เรื่อง “Arts & Culture of Hope and Opportunity : ศิลปวัฒนธรรม จุดประกายความหวังและโอกาส” โดย
– นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ (ผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์)
– นางสาวธนพร แตงขาว ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบบริหาร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองพัฒนาสมรรถนะองค์กรและเครือข่าย (ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
– และแขกรับเชิญพิเศษ นายภฤศ บุญทองนุ่ม (แพท พาวเวอร์แพท)

2. การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมโดยผู้ต้องขัง
3. การขับร้องเพลงโดยศิลปินรับเชิญ นายภฤศ บุญทองนุ่ม (แพท พาวเวอร์แพท)
4. พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง ผู้ลงนามรายนามดังนี้
– นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม)
– นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ (ผู้แทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์)
– นางเสริมกิจ ชัยมงคล รองอธิบดีกรมศิลปากร (ผู้แทนอธิบดีกรมศิลปากร)
– นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
– นางสาวสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ (ทัศนศิลป์) (ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย)
– ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประวีนา เอี่ยมยี่สุ่น รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ผู้แทนอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์)

5. การจัดแสดงผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมของผู้ต้องขัง อาทิ นิทรรศการโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ การสาธิตการทำหัวโขน การเขียนจิตรกรรมไทย การปักลายผ้า ฯลฯ
6. การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง (ร้านหับเผย) อาทิ งานไม้ งานหัตถกรรม และงานเย็บปักถักร้อย เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...