หน้าแรกข่าวล่าสุดสว.ห่วง "ซีเกมส์" ไทยเจ้าภาพ ชี้งบหาย-รบ.สูญญากาศ หวั่นกระทบชื่อเสียง

สว.ห่วง “ซีเกมส์” ไทยเจ้าภาพ ชี้งบหาย-รบ.สูญญากาศ หวั่นกระทบชื่อเสียง

-

นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568  และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในเดือนมกราคม 2569 เนื่องจากความคืบหน้าหลายเรื่องเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งจนถึงขณะนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันยังไม่มีการสรุปโลโก้  มาสคอต และเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

รวมทั้งปัญหาที่พักนักกีฬาและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทำให้เกิดความกังวลว่าหากไม่มีการเร่งเตรียมการให้แล้วเสร็จ การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้อาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของประเทศ จึงเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้ามาชี้แจงเป็นการด่วน เพื่อหาทางปลดล็อกวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ด้านนายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภาและประธานอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา ได้เรียกประชุมผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อพิจารณาข้อมูลแนวทางและแผนการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งได้มีการหยิบยกปัญหา”งบกลางอีก 400 ล้าน” ที่ยังคงไร้เงาและไร้คำตอบ

“ซีเกมส์ครั้งนี้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ก็ยังไม่เพียงพอ คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ของบกลางเพิ่มอีก กว่า 400 ล้านบาท เพื่อขายผ้าเอาหน้ารอด แต่กลับต้องมาลุ้นกับ “ความสูญญากาศทางการเมือง” ที่ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล หากการจัดสรรงบประมาณล่าช้าไปกว่านี้ อาจซ้ำรอย “มาเชี่ยลอินดอร์เกมส์” ที่เคยเกิดปัญหามาแล้ว

นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ทำเอาวงการสื่อต่างชาติปวดหัว! “ศูนย์ถ่ายทอดสดกีฬายังไม่ลงตัว” ทำให้ต่างชาติไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีกีฬาประเภทไหนที่พวกเขาจะได้รับสัญญาณภาพข่าวไปออกอากาศบ้าง และที่หนักที่สุด คือ “รัฐบาลเกิดสูญญากาศในการบริหารประเทศที่ไม่แน่ชัด” ซึ่งทำให้การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ต้องสะดุด กระทบ “ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาเพื่อนบ้านอาเซียน” นายจำลอง กล่าว

ทั้งนี้อนุกรรมาธิการได้เสนอแนะให้เร่งสรุปจำนวนสถานีโทรทัศน์ที่จะร่วมออกอากาศแล้ว ยังต้องดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ในทุกช่องทางโดยด่วน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมกับการเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกำลังใจที่สำคัญแก่นักกีฬาไทยทุกคน.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...