Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชายแดนตึงเครียด! ชาวบ้านภูมิซรอล ซ่อมหลุมหลบภัย-ตั้งกรุ๊ปไลน์แจ้งเหตุ

ชายแดนตึงเครียด! ชาวบ้านภูมิซรอล ซ่อมหลุมหลบภัย-ตั้งกรุ๊ปไลน์แจ้งเหตุ

-

ที่บ้านภูมิซรอล ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย หมู่ที่ 12 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายวีระยุทธ์ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย นำชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันซ่อมแซมบังเกอร์ (หลุมหลบภัย) หลังจากถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์มานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันหากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ชาวบ้านในพื้นที่จะได้ใช้ประโยชน์ในการเข้ามาหลบภัย ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วเมื่อปี2554 ทำให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวต่างออกมาช่วยกันอย่างคึกคัก

โดยในวันนี้ผู้นำชุมชนได้ประกาศเสียงตามสาย ขอความร่วมมือ และขอสนับสนุนจากชาวบ้าน นำเครื่องไม้เครื่องมือ อาทิ จอบ เสียม และกระสอบเปล่า นำมาสบทบช่วยกันกรอกกระสอบทรายจัดเรียงซ่อมแซมเพิ่มความแน่นหนา เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจ ให้กับชาวบ้านหากเกิดสถานการณ์ก็พร้อมสามารถเข้าหลบภัยได้ชั่วคราว

ด้าน นางลำไพ อัมพร อายุ 39 ปี ชาวบ้านภูมซรอล กล่าวว่า วันนี้มาร่วมด้วยช่วยกันกับชาวบ้านที่ว่างเว้นงานจากการทำไร่ ทำเกษตร ต่างออกมาช่วยทำความสะอาด ช่วยกันนำกระสอบทรายจัดวางเรียงให้เหมาะสม ขุดดินที่ไหลเข้าไปภายในท่อออกมา ช่วงต้องใช้งานก็จะได้มีพื้นที่ปลอดภัย รอฟังข่าวจากทางผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ทางราชการ รวมถึงหน่วยงานความมั่นคง อย่างใกล้ชิด เมื่อมีสถานการณ์หรือต้องอพยพ จะได้ปฏิบัติตัวได้ถูก ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ยังคงเป็นปกติ ชาวบ้านในพื้นที่ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่หากมีความจำเป็น ก็เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

นายวีระยุทธ์ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีความพร้อมร่วมด้วยช่วยกันช่วยเหลือกันเองในพื้นที่ ทางจังหวัดและอำเภอมอบหมายให้ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันดูแลพื้นที่ ช่วยกันเฝ้าระมัดระวังเหตุการณ์ ห่วงใยชาวบ้าน ขณะนี้เหตุการณ์ยังเป็นปกติ และด้วยประสบการณ์ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนอยู่แล้ว ในวันนี้ก็ได้ช่วยกันทยอยทำความสะอาดหลุมหลบภัย ซ่อมแซมกระสอบทรายที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงปลอดภัย ชาวบ้านไม่ตื่นตระหนก

ขณะที่ภาพรวมบรรยากาศในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเป็นปกติดี ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงออกไปทำไร่ทำนา ค้าขายในพื้นที่กันตามปกติ บางโรงเรียนในระดับประถมมีการปิดการเรียนการสอนเป็นบางช่วงวัน มีการแจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้ปกครอง ไม่มีผลกระทบต่อการเรียนการสอน และยังคงเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...