Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเดินหน้าส่งเสริมเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร

เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร

-

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าโครงการส่งเสริมเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร เน้นพัฒนากลุ่มเป้าหมายเดิม พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ ครอบคลุมสินค้าเกษตร 5 ประเภท

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยการส่งเสริม “เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น” ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ที่จะขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เกิดการพัฒนาทั้งระบบ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการยกระดับรายได้ของเกษตรเป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งเน้นการพัฒนาและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะพื้นที่ สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย สินค้าศิลปาชีพสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ รวมถึงสินค้าสิ่งบ่งชี้

ทางภูมิศาสตร์ (GI) พืชผลเกษตรและผลไม้เขตร้อน โดยการนำจุดเด่นของอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาใช้ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อผลักดันให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น “เรากำหนดแนวทางการพัฒนาและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นไว้ 3 ด้าน ได้แก่

1) ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี พัฒนากระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มีสินค้าออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ 2) ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับความสามารถของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น 3) สร้างอัตลักษณ์หรือนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดให้กับสินค้า รวมถึงสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นของสินค้าในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจากการพัฒนาที่ผ่านมาพบว่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

แต่บางแห่งยังขาดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตและเครือข่ายการตลาด จึงมีความจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นพัฒนากลุ่มเป้าหมายเดิม เพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ เพื่อต่อยอดและผลักดันให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนใช้ประโยชน์จากเอกลักษณ์แต่ละพื้นที่ในการเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น การท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ เป็นต้น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เริ่มดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2567 ในกลุ่มสินค้า 4 ประเภท ได้แก่ ข้าว ผลไม้ หม่อนไหม และปศุสัตว์ (โคเนื้อ) ซึ่งผลการขับเคลื่อนงานตลอด 2 ปี เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมากแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีมูลค่า

การจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นประมาณ 1,300 ล้านบาท ทำให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมฯ จึงขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเป็น 85 แห่ง 47 จังหวัด โดยแบ่งกลุ่มการพัฒนาเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กลุ่มพัฒนาต่อยอด (สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2566 – 2567) จำนวน 57 แห่ง และ 2) กลุ่มผลักดันใหม่ (สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร/กลุ่มอาชีพภายใต้สังกัดสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น/ภูมิปัญญาพื้นถิ่น

ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน) จำนวน 28 แห่ง ครอบคลุมกลุ่มสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ ข้าว ผลไม้ ผ้าไหม/ผ้าทอ ปศุสัตว์ (โคเนื้อ) และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเชื่อมโยงด้านการตลาดกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาสินค้าของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ตลอดห่วงโซ่การผลิตได้อย่างครบวงจร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น ส่งผลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรสมาชิก รวมทั้งเป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ยืนหยัดด้วยขาของตัวเอง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...