Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง ผลิตและแปรรูป ‘ชาอินทรีย์’คุณภาพ

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง ผลิตและแปรรูป ‘ชาอินทรีย์’คุณภาพ

-

นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายเป็นแหล่งผลิตชาที่สำคัญของประเทศ ด้วยลักษณะภูมิประเทศ สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการผลิต ชาคุณภาพ ส่งผลให้ “ชาเชียงราย” เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ปัจจุบันกระแสความนิยมการดื่มชาและกระแสการรักสุขภาพ โดยเฉพาะ ชาอินทรีย์ ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันผลผลิตชาอินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand

จากการลงพื้นที่ของ สศท.1 เพื่อติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระดับพื้นที่  โดยสัมภาษณ์นายสุนันต์ทา แซ่บู้ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง และนายคมสันต์ สุยะใหญ่ ผู้จัดการด้านการแปรรูปและการขาย บอกเล่าว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง เป็นกลุ่มผลิตชาอินทรีย์และแปรรูปครบวงจร ได้รับมาตรฐานโรงงาน HACCP และมาตรฐาน อย. ที่แสดงให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ชาอินทรีย์มีคุณภาพ ปลอดภัยตรงตามมาตรฐาน     การผลิต กลุ่มเริ่มดำเนินการผลิตชาอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2539 – ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกชาอินทรีย์ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวน 330 ไร่ เกษตรกรสมาชิก จำนวน 55 ราย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกชาอู่หลง เบอร์ 12 หรือ ชาจีน และชาอู่หลง เบอร์ 17
ซึ่งชาเป็นไม้ยืนต้นมีอายุ 30 – 40 ปี ด้านสถานการณ์การผลิตปี 2567 เกษตรกรเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤษภาคม – ธันวาคม ของทุกปี ได้ผลผลิตชาอินทรีย์สด น้ำหนักรวม 10,000 กิโลกรัม/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 30.30 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาชาอินทรีย์สดที่เกษตรกรขายได้ เกรดคละ 55 บาท/กิโลกรัม โดยกลุ่มเป็นผู้รับซื้อจากสมาชิกที่ผลิตชาอินทรีย์เท่านั้น

ด้านกระบวนการแปรรูป กลุ่มจะนำชาอินทรีย์สด น้ำหนักรวม 10,000 กิโลกรัม มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชาอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งหลังจากการแปรรูปชาอินทรีย์จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2,000 กิโลกรัม โดยการแปรรูปแบ่งเป็น 3 รูปแบบ  ได้แก่ 1) ชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก (Non-fermented tea) คือ ชาเขียวอบแห้ง ได้ผลผลิต 1,000 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 50 ของการแปรรูป ราคา 1,000 บาท/กิโลกรัม 2) ชาที่ผ่านกระบวนการหมักเพียงบางส่วน (Semi-fermented tea) ได้แก่ ชาอินทรีย์อู่หลง เบอร์ 12 ได้ผลผลิต 400 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 20 ของการแปรรูป ราคา 1,500 บาท/กิโลกรัม ชาอินทรีย์ก้านอ่อนอู่หลง เบอร์ 17 ได้ผลผลิต 300 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 15 ของการแปรรูป ราคา 2,000 บาท/กิโลกรัม และชาตังติ่ง อู่หลง ได้ผลผลิต 100 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 5 ของการแปรรูป ราคา 2,500 บาท/กิโลกรัม

และ 3) ชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์ (Completely-fermented tea) คือ ชาแดงอู่หลง ได้ผลผลิต 200 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 10 ของการแปรรูป ราคา 1,600 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่ม 1,600,000 บาท คิดเป็นกำไร 640,000 บาท ด้านสถานการณ์ตลาดชาแปรรูปอินทรีย์ พบว่า ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 จำหน่ายตลาดภายในประเทศ อาทิ ร้านคาเฟ่ ตลาดออนไลน์ และออกบูธงานต่าง ๆ ส่วนผลผลิตอีกร้อยละ 30 ส่งออกตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

นอกจากนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยังมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าการแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยประยุกต์ใช้วัตถุดิบอินทรีย์ที่มีกลิ่นหอมเพื่อให้สินค้าชาอินทรีย์ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่ อาทิ ชาหอมหมื่นลี้ ชามะลิ ชาข้าวกล้องผสมอู่หลง ชาสมุนไพรเจียวกู้หลาน ชาอู่หลงวาโคฉะ ชาอู่หลงมัทฉะ และชาอู่หลงโฮจิฉะนอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสวนชาดอยตุง ยังเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชาอินทรีย์และมุ่งมั่นจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงขั้นตอนการผลิตและการแปรรูปสินค้าชาอินทรีย์คุณภาพสูง

โดยถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มจากรุ่นสู่รุ่น ในแต่ละปีจะมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไป เข้ามาเยี่ยมชมมากกว่า 500 ราย/ปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสในพัฒนา รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและขยายแนวคิดการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ควบคู่กับการรักษาสมดุลของธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...