Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวสวนอ่วม!โรคกิ่งตายทุเรียน ระบาดในภาคใต้

ชาวสวนอ่วม!โรคกิ่งตายทุเรียน ระบาดในภาคใต้

-

เตือนเฝ้าระวัง “โรคกิ่งตาย” ทุเรียนระบาด – แล้งจัด เพิ่มสำรองน้ำ โค่นยางลงทุนปลูก “ทุเรียน” กังวลปัจจัย จีนลุยลงทุนปลูกในกลุ่มประเทศ 5 ประเทศ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย นายกวิศวกรรมเกษตร ชี้ ทุเรียนไทย ซิ่งจากตลาดเชิงปริมาณเข้าสู่ตลาดคุณภาพสู่ตลาดบน

นายวัฒนา หลำสะ เจ้าของสวนทุเรียนขนาดย่อย  หมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ทุเรียนปี 2568 มีแนวโน้มว่าผลผลิตจะมีปริมาณมากเพราะสภาพสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยได้ผลิดอกเต็มต้นจากปริมาณดอกซึ่งผลจากการออกดอก 30 ดอก จะเป็นผลทุเรียนกว่า 10 ลูก

“แต่ถึงอย่างไรต้องติดตามท่าทีสภาพภูมิอากาศ เพราะจะยากต่อการคาดการณ์ จะต้องมีการเฝ้าระวัง ต้องมีการสำรองน้ำอย่างมากที่จะสามารถรองรับได้ทุกสถานยการณ์”

นายไพรวัลย์ ชูใหม่ นักวิชการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการอิสระและที่ปรึกษาทำสวนทุเรียน เปิดเผยว่า ทุเรียนขณะนี้ได้เกิดโรคระบาดกิ่งตายจากเชื้อฟิวซาเรี่ยม (Fusarium ) ซึ่งน่าเป็นเป็นห่วงกว่าโรคไฟท็อป เพราะจะระบาดรวดเร็ว โดยเชื้อจะเข้าทางน้ำและอาหาร ตอนนี้ได้จะพบแทบทุกสวน โดยทางแก้จะต้องตัดทิ้งนำไปเผาทุกส่วน

“เมื่อเกิดขึ้นจะต้องตัดทิ้งทันทีหาไม่แล้วจะลุกลามระบาดเร็ว จะต้องเฝ้าระวังเพื่อพ้นหน้าแล้ง” นายไพรวัลย์ ระบุ

นายไพรวัลย์ กล่าวอีกว่า ทุเรียนในปี 2568 ได้ผลิดอกออกปริมาณมากเพิ่มขึ้นถึง 80 % เมื่อเทียบกับปี 2567 ประมาณ 2 เท่าตัว เพราะสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยแล้งมาประมาณครึ่งเดือน และต่อไปหากเกิดฝนตกลงมาจะเกิดดอกร่วงหรือไม่จะขึ้นอยู่กับการดูแลโดยให้น้ำอย่างต่อเนื่อง จะไม่มีปัญหาเมื่อเกิดฝนตกลงมาและจะต้องให้น้ำปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการของดอกที่มีการเติบโตขึ้น โดยจะต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาม  ทั้งอีก 6 เดือน ผลผลิตจะสามารถเก็บเกี่ยวได้

นายไพรวัลย์ กล่าวอีกว่า โดยสภาพภูมิอากาศตอนนี้มีแนวโน้มว่าน่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำได้  เจ้าของสวนทุเรียนจะต้องเร่งเพิ่มน้ำสำรองรองรับอย่าให้เกิดขาดแคลน  คาดว่าในปี 2568 จะต้องใช้น้ำเพิ่มขึ้นมาก

นายไพรวัลย์ ยังกล่าวอีกว่า  ส่วนสถานการณ์พัทลุงพัทลุง จะปลูกรูปแบบครัวเรือน บริเวณหลังบ้าน หัวไร่ปลายนากันมากมาแต่อดีตเพื่อบริโภค ซึ่งจะมีแทบทุกครัวเรือน อำเภอริมเขาบรรทัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ตั้งแต่ อ.กงหรา อ.ตะโหมด อ.ป่าบอน อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต และ อ.ป่าพะยอม ฯลฯ และจะมีการปลูกเช่นนี้ไปทั่วภาคใต้

“หมอนทอง ก้านยาว พวงมณี มูซันคิง ฯลฯ”

นายไพรวัลย์ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันปรากฎว่าได้มีการพัฒนายกระดับเป็นเชิงพาณิชย์มีการดูแลรักษาบำรุงเนื่องจากมีมูลจูงใจเพราะได้ราคาที่ดี ซึ่งบางครัวเรือนมีต้นเดียวทำเงินได้ถึง 20,000 บาทและขั้นต่ำ 5,00 บาท / ต้น / ปี  แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่สภาพภูมิอากาศจะเอื้ออำนวย

“ทุเรียนครัวเรือนจะมีแทบทุกครัวเรือน  จ.พัทลุง เมืองการเกษตรกรรม ภาพรวมน่าจะมีนับแสนต้น หากคิดเป็นไร่ละ 16 ต้น จะมีเงินหมุนสะพัดเป็นจำนวนมากเช่นกัน ทุเรียนครัวเรือนไม่ได้เป็นเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการทำตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจเอาไว้” นายกัมปนาท วงศ์ชูวรรณ เจ้าของสวนยางและทุเรียนรายใหญ่ ผู้จัดการทำสวนธารน้ำทิพย์ สถาบันเกษตรกรแปรรูปยางส่งออกต่างประเทศรายใหญ่ภาคใต้  อ.เบตง จ.ยะลา เปิดเผยว่า จ.ยะลาเป็นแหล่งปลูกทุเรียนรายใหญ่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากความผันผวนสภาพภูมิอากาศ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คาดการณ์ยากและหลายปีมีฝนตกชุกต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบโดยตรงสวนยางพารา

โดยเฉพาะ จ.ยะลา สวนยางบางอำเภอถูกทิ้งร้างประมาณ 70 % ไม่สามารถจะกรีดได้ ชาวสวนยางจำนวนหนึ่งที่มีพื้นที่เหมาะสมพร้อมน้ำ จึงได้โค่นยาง ลงทุนปลูกทุเรียนแทนกันมาก

“แต่ที่จะลงทุนปลูกทุเรียนได้เกิดความกังวลถึงประเทศจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่ทางนักลงทุนจีนได้มีการขยายการลงทุนปลูกทุเรียนในประเทศเมียมาร์ กัมพูชา  สปป.ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย และมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

ทางด้าน นางดาเรศร์ กิตติโยภาส นายกสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทุเรียนไทยไม่น่ากังวลเรื่องตลาด โดยเฉพาะตลาดหลักคือจีนที่ยังกว้าง แต่จะหยุดนิ่งไม่ได้จะต้องมีการรุกพัฒนาจะขยายตัวเติบโตเติบโตเชิงคุณภาพ
“ไม่ใช่การขยายตัวเติบโตเชิงปริมาณ จะต้องออกจากตลาดล่าง  เพราะเชิงปริมาณจะมาแข่งขันกันหลายประเทศซึ่งจะกระทบต่อราคาทุเรียนไทย”

นางดาเรศว์ กล่าวอีกว่า ทุเรียนไทย ผู้ประกอบการ ผู้ปลูกจะมีจุดแข็งกว่า ทั้งทักษะเชี่ยวชาญทั้งสายพันธุ์ วิธีทำและเรื่องสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งต่างประเทศยังเอาพันธุ์ทุเรียนไทย เช่น หมอนทอง

ประเด็นสำคัญทุเรียนจะต้องมีมาตรการเข้มงวดเรื่องของการเก็บเกี่ยวทุเรียนแก่ 80 เปอร์เซ็นต์ ขนาดถึงปลายทางเป็นทุเรียนสุก และจะต้องไม่เก็บทุเรียนอ่อนจะเป็นทุเรียนที่ไม่สุก และยังต้องได้รูปแบบตามกำหนด
“ทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเกรดยังมีตลาดที่กว้างมากจะสามารถขยายตัวเติบโตได้โดยเน้นเรื่องของคุณภาพโดยจะมาขยายการเติบโตในส่วนนี้”

นางดาเรศว์ กล่าวอีกว่า การลงทุนปลูกทุเรียนมีหลายประเทศ ตั้งแต่เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ  แต่เมื่อเน้นเชิงปริมาณตลาดตรงนี้จะมีผลต่อราคา ซึ่งตรงนี้ทุเรียนไทยจะต้องออกไปจากจุดนี้  โดยการพัฒนายกระดับคุณภาพไปสู่อีกตลาดหนึ่งก็จะได้อีกราคา ทุเรียนรับประทานสดจะมีราคาที่ดีกว่า

นางดาเรศว์  ยังกล่าวอีกว่า และยังมีประเด็นสำคัญสำหรับประเทศจีน จะมีหน่วยงาน GACC ที่จะออกกฎกติกาก็จะมีการประกาศให้รับรู้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ทางไทยก็จะต้องเฝ้าระวังติดตามตลอด และเมื่อทราบจะต้องออกประกาศอย่างเร่งด่วน อย่าเพียงเพิ่มพาระบบราชการจะเกิดความล้าช้าได้ และจะต้องประกาศไปถึงกลุ่มผู้ผลิต สมาคมผู้ผลิต  กลุ่มการค้า กลุ่มหอการค้าไปยังกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ตลอดจนถึงส่วนราชการ อย่างทั่วงถึงเร่งด่วน เพื่อจะได้ทันต่อการปรับตัวเอาไว้รองรับ.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...