หน้าแรกข่าวล่าสุดย้ำผู้ปลูกข้าวนาปรัง รีบขึ้นทะเบียนเกษตรกร ก่อน 30 เมษา รักษาสิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐ

ย้ำผู้ปลูกข้าวนาปรัง รีบขึ้นทะเบียนเกษตรกร ก่อน 30 เมษา รักษาสิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐ

-

กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง รีบดำเนินการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร หลังการเพาะปลูก 15 – 60 วัน ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2568 

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 6 ล้านไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มีนาคม 2568) อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากภาครัฐ ซึ่งการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อตัวเกษตรกรเอง แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการวางแผนสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งนี้เกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางได้ดังนี้

พีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ช่องทางการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
1. สำหรับเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิมที่เพิ่มแปลงใหม่
1.1 แจ้งข้อมูลที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง
1.2 ดำเนินการด้วยตนเองผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
2. สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม
2.1 แจ้งข้อมูลที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง
2.2 ดำเนินการด้วยตนเองผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
2.3 ดำเนินการด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ทั้งในระบบ Android และ iOS

เอกสารที่ต้องเตรียม (กรณีแจ้งข้อมูล ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ)
1. บัตรประชาชน (ตัวจริง)
2. สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน
3. สำหรับเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรควรแจ้งข้อมูลในทะเบียนเกษตรกรให้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเต็มประสิทธิภาพ และการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นขั้นตอนสำคัญในการเข้าร่วมโครงการและมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้อย่างครบถ้วน และการให้ข้อมูลเท็จแก่ทางราชการมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และมาตรา 267

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...