หน้าแรกข่าวล่าสุดปทุมธานีสืบสานประเพณี “ตักบาตรพระร้อยทางเรือ–ถวายบัว” วัดหงษ์ปทุมาวาส สะท้อนอัตลักษณ์เมืองแห่งบัว

ปทุมธานีสืบสานประเพณี “ตักบาตรพระร้อยทางเรือ–ถวายบัว” วัดหงษ์ปทุมาวาส สะท้อนอัตลักษณ์เมืองแห่งบัว

-

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม 2569 จังหวัดปทุมธานีจัดงานประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือและถวายบัว เนื่องในเทศกาลออกพรรษา ณ วัดหงษ์ปทุมาวาส อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกิดศิริ ทองศิริ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พุทธศาสนิกชน และชาวไทยเชื้อสายมอญเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนต่างทยอยเดินทางมายังท่าน้ำวัดหงษ์ปทุมาวาส พร้อมจัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารคาวหวาน และดอกบัว เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรและถวายบัวแด่พระสงฆ์ที่ล่องเรือออกมารับบิณฑบาตตามลำน้ำเจ้าพระยา โดยประชาชนต่างพร้อมใจกันนำสิ่งของและดอกบัวถวายแด่พระสงฆ์ สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและความผูกพันระหว่างพระพุทธศาสนากับวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือว่า เป็นประเพณีที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและสืบทอดประเพณีทำบุญในช่วงเทศกาลออกพรรษามาอย่างต่อเนื่อง การตักบาตรพระร้อยทางเรือเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผู้คนอาศัยแม่น้ำเป็นเส้นทางสัญจรและเป็นศูนย์กลางของชุมชน จึงเกิดธรรมเนียมการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ประเพณีดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะการสืบสานอัตลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตริมน้ำ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการตักบาตรพระร้อยทางเรือเท่านั้น แต่ยังมีการถวายบัวแด่พระสงฆ์ ซึ่งดอกบัวมีความเชื่อมโยงกับชื่อจังหวัดปทุมธานี อันมีความหมายเกี่ยวข้องกับดอกบัว จึงเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัด การนำดอกบัวมาถวายพระสงฆ์จึงเป็นการผสมผสานความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างงดงาม พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าของประเพณีที่บรรพบุรุษได้ร่วมกันรักษาไว้

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกิดศิริ ทองศิริ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงความสำคัญของการถวายบัวแด่พระสงฆ์ว่า ดอกบัวเป็นดอกไม้ที่มีความหมายสำคัญในพระพุทธศาสนา ใช้เป็นเครื่องสักการะเพื่อแสดงความเคารพและความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และการเจริญงอกงามทางจิตใจ การนำดอกบัวมาถวายพระสงฆ์จึงมิใช่เพียงการถวายดอกไม้เพื่อประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจในการทำบุญ การสั่งสมกุศล และการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานียังได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ประเพณีถวายบัวควบคู่กับการตักบาตรพระร้อยทางเรือ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่สะท้อนทั้งความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและอัตลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีดอกบัวเป็นสัญลักษณ์สำคัญ การสืบสานประเพณีนี้จึงช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม เข้าใจความสำคัญของการทำบุญ และเกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

บรรยากาศตลอดงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญอย่างพร้อมเพรียง ภาพพระสงฆ์ล่องเรือรับบิณฑบาตท่ามกลางประชาชนที่รอใส่บาตรและถวายดอกบัวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นับเป็นภาพแห่งความงดงามทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และสายน้ำได้อย่างชัดเจน

อีกหนึ่งภาพความงดงามของงานในครั้งนี้ คือการที่ชาวไทยเชื้อสายมอญพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดมอญแบบดั้งเดิม เดินทางมาร่วมประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือและถวายบัวอย่างพร้อมเพรียง สร้างสีสันและบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชนชาวมอญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

การแต่งกายด้วยชุดมอญในโอกาสสำคัญทางศาสนาครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์เครื่องแต่งกายประจำชาติพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน และการร่วมแรงร่วมใจกันรักษาประเพณีอันดีงามให้คงอยู่คู่จังหวัดปทุมธานีสืบไป

ประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือและถวายบัว วัดหงษ์ปทุมาวาส จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมทำบุญในเทศกาลออกพรรษา แต่ยังเป็นการร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมของชาวไทยเชื้อสายมอญ สืบทอดวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตอกย้ำอัตลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานีในฐานะเมืองแห่งสายน้ำและวัฒนธรรม เพื่อให้ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ดำรงอยู่และส่งต่อความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...