หน้าแรกข่าวล่าสุดเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อเกษตรกร

เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อเกษตรกร

-

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของภาคการเกษตรไทย เกษตรกรต้องเผชิญกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง อุณหภูมิที่สูงขึ้น รวมทั้งภัยธรรมชาติที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูก ผลผลิต และคุณภาพของสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)

โดยเฉพาะประธาน ศพก. ที่เปรียบเสมือนผู้นำเกษตรกรและผู้ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเกษตรสู่เกษตรกรในชุมชน จึงได้จัด “การอบรมพัฒนาศักยภาพประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลักสูตรการเรียนรู้และรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทพื้นที่ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขยายผลสู่ชุมชนข้างเคียง

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ประธานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด จะได้รับความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภาคเกษตร นวัตกรรมเท่าทันภูมิอากาศ “การพยากรณ์อากาศระยะกลางถึงยาว” การใช้แอปพลิเคชั่น Dragonfly ช่วยบริหารจัดการข้อมูลให้เกษตรกรไทยเป็นรายแปลง การใช้แอปพลิเคชั่น iCassava ช่วยจัดการผลิตมันสำปะหลังให้มีประสิทธิภาพ การผลิตพืชแบบคาร์บอนต่ำ เกษตรมูลค่าสูง ทางเลือกสู่อนาคตที่ยั่งยืน รวมทั้ง การถ่ายทอดประสบการณ์การรับมือต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเกษตรกรต้นแบบผู้ปลูกข้าว และทุเรียน

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศไทยให้ก้าวสู่เกษตรกรรมยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและความยั่งยืน ผสมผสานนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ช่วยแก้ปัญหาให้กับชุมชนเกษตร สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เรียนรู้จากผู้ร่วมอาชีพเดียวกันที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และชุมชน

ปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นศูนย์หลัก จำนวน 882 ศูนย์ และศูนย์เครือข่ายจำนวน 13,954 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศที่สามารถเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่เกษตรกรต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...