Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชู2เกษตรกรต้นแบบทําเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างรายได้ทั้งตนเองและชุมชน

ชู2เกษตรกรต้นแบบทําเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างรายได้ทั้งตนเองและชุมชน

-

สำนักงาน กปร.นำสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริเยี่ยมชมผลสำเร็จการขยายผลและยกระดับเกษตรกรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ หมู่ 7 ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

 นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร.

เมื่อเร็วๆนี้นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เลขาธิการ กปร.) พร้อมด้วยนางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. นำคณะสื่อมวลชนในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริของนายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ)

และนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) เกษตรกรต้นแบบหมู่ 7 ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมาปฏิบัติใช้จนประสบความสำเร็จ ได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อการศึกษาดูงานของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ

นายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ) เกษตรกรเจ้าของแนวคิด “ไม่มีอะไรที่ทําไม่ได้ คิด ศึกษา แล้วทํา” ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การทำเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้พื้นที่จำนวน 4 ไร่ เกิดเป็นรายได้เฉลี่ย 76,000 บาทต่อปี โดยในพื้นที่มีกิจกรรมเพื่อการศึกษาดูงานที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน ระบบน้ำอัจฉริยะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการทําเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริมาประยุกต์กับเทคโนโลยีระบบน้ำอัจฉริยะ

สำหรับใช้ในแปลงปลูกไม้ผล พืชผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา โดยผลผลิตในแปลงปลูกพืชมีหลากหลายชนิด อาทิ ดอกแค สะเดา กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง ละมุด ข้าว และเลี้ยงไก่พื้นเมือง ผลผลิตที่ได้เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือแบ่งปันและขาย ดํารงตนตามวิถีพอเพียง ทำให้มีรายได้มั่นคงและต่อเนื่อง

โอกาสนี้ เลขาธิการ กปร.และคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการจัดสรรที่ดินในการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ และกิจกรรมต่าง ๆ ในแปลงเพาะปลูก อาทิ การให้น้ำพืชด้วยระบบอัจฉริยะ การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา การปลูกพืชผัก และไม้ผลแบบผสมผสาน

จากนั้น เลขาธิการ กปร.และคณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านเกษตรผสมผสานของนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) ซึ่งมีคติประจำใจในการประกอบอาชีพ คือ “ตามรอยเท้าพ่อ สานต่องานอาชีพ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม” ไม่หวงความรู้และประสบการณ์ ถ่ายทอดสู่ชุมชนและผู้สนใจ เป็นแบบอย่างสังคมแบ่งปัน สร้างรายได้ทั้งตนเองและชุมชน เป็นเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรง และการแปรรูปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ มีรายได้เฉลี่ย 300,000 บาทต่อปี

โดยในแปลงเกษตรของนายสุกิจมีพื้นที่จำนวน 3 ไร่ มีกิจกรรมเรียนรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสานวิถีพอเพียง การเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงเพื่อช่วยผสมเกสรพืช และการแปรรูปน้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งพืชให้ผล เช่น มะนาว มะพร้าว มะม่วง และพืชสมุนไพร อาทิ ไพล ย่านางแดง ขมิ้น อ้อย ว่านเอ็นเหลือง โดยนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำมันไพล โลชั่นถนอมผิว สบู่ก้อนสมุนไพร สบู่เหลวสมุนไพร แชมพูสระผมสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร สบู่สับปะรด

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ให้เยี่ยมชม อาทิ แปลงผักและไม้ผลแบบผสมผสาน พืชสมุนไพร การเลี้ยงผึ้งโพรง การเลี้ยงชันโรง การแปรรูปสมุนไพร และการบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การสาธิตการแยกรังชันโรง และวิธีการเก็บน้ำหวานชันโรง

สำหรับศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ เป็นการส่งเสริมการดำเนินงานของเกษตรกรเครือข่ายที่มีศักยภาพสามารถจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มาพัฒนารูปแบบการประกอบอาชีพ และเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกร รวมถึงผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ โดยปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ขยายผลของโครงการจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย ด้านเกษตรอินทรีย์ 7 แห่ง และด้านเกษตรผสมผสาน 3 แห่ง

โครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดยสำนักงาน กปร.ได้ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง และศูนย์สาขา กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินและจัดทำเป็นคู่มือการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ตามกระบวนการ Plan Do Check Act : PDCA

นายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ)

ทั้งนี้ มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้วทั่วประเทศ จำนวน 221 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ หลากหลายสาขา เช่น ด้านเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

สานของนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) 

สำนักงาน กปร.นำสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริเยี่ยมชมผลสำเร็จการขยายผลและยกระดับเกษตรกรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ หมู่ 7 ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

 นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 เวลา 09.00 น. นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เลขาธิการ กปร.) พร้อมด้วยนางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. นำคณะสื่อมวลชนในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริของนายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ)

และนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) เกษตรกรต้นแบบหมู่ 7 ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมาปฏิบัติใช้จนประสบความสำเร็จ ได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อการศึกษาดูงานของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ

นายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ) เกษตรกรเจ้าของแนวคิด “ไม่มีอะไรที่ทําไม่ได้ คิด ศึกษา แล้วทํา” ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การทำเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้พื้นที่จำนวน 4 ไร่ เกิดเป็นรายได้เฉลี่ย 76,000 บาทต่อปี โดยในพื้นที่มีกิจกรรมเพื่อการศึกษาดูงานที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน ระบบน้ำอัจฉริยะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการทําเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริมาประยุกต์กับเทคโนโลยีระบบน้ำอัจฉริยะ

สำหรับใช้ในแปลงปลูกไม้ผล พืชผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา โดยผลผลิตในแปลงปลูกพืชมีหลากหลายชนิด อาทิ ดอกแค สะเดา กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง ละมุด ข้าว และเลี้ยงไก่พื้นเมือง ผลผลิตที่ได้เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือแบ่งปันและขาย ดํารงตนตามวิถีพอเพียง ทำให้มีรายได้มั่นคงและต่อเนื่อง

โอกาสนี้ เลขาธิการ กปร.และคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการจัดสรรที่ดินในการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ และกิจกรรมต่าง ๆ ในแปลงเพาะปลูก อาทิ การให้น้ำพืชด้วยระบบอัจฉริยะ การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา การปลูกพืชผัก และไม้ผลแบบผสมผสาน

จากนั้น เลขาธิการ กปร.และคณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านเกษตรผสมผสานของนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) ซึ่งมีคติประจำใจในการประกอบอาชีพ คือ “ตามรอยเท้าพ่อ สานต่องานอาชีพ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม” ไม่หวงความรู้และประสบการณ์ ถ่ายทอดสู่ชุมชนและผู้สนใจ เป็นแบบอย่างสังคมแบ่งปัน สร้างรายได้ทั้งตนเองและชุมชน เป็นเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรง และการแปรรูปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ มีรายได้เฉลี่ย 300,000 บาทต่อปี

โดยในแปลงเกษตรของนายสุกิจมีพื้นที่จำนวน 3 ไร่ มีกิจกรรมเรียนรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสานวิถีพอเพียง การเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงเพื่อช่วยผสมเกสรพืช และการแปรรูปน้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งพืชให้ผล เช่น มะนาว มะพร้าว มะม่วง และพืชสมุนไพร อาทิ ไพล ย่านางแดง ขมิ้น อ้อย ว่านเอ็นเหลือง โดยนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำมันไพล โลชั่นถนอมผิว สบู่ก้อนสมุนไพร สบู่เหลวสมุนไพร แชมพูสระผมสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร สบู่สับปะรด

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ให้เยี่ยมชม อาทิ แปลงผักและไม้ผลแบบผสมผสาน พืชสมุนไพร การเลี้ยงผึ้งโพรง การเลี้ยงชันโรง การแปรรูปสมุนไพร และการบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การสาธิตการแยกรังชันโรง และวิธีการเก็บน้ำหวานชันโรง

สำหรับศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ เป็นการส่งเสริมการดำเนินงานของเกษตรกรเครือข่ายที่มีศักยภาพสามารถจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มาพัฒนารูปแบบการประกอบอาชีพ และเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกร รวมถึงผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ โดยปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ขยายผลของโครงการจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย ด้านเกษตรอินทรีย์ 7 แห่ง และด้านเกษตรผสมผสาน 3 แห่ง

โครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดยสำนักงาน กปร.ได้ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง และศูนย์สาขา กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินและจัดทำเป็นคู่มือการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ตามกระบวนการ Plan Do Check Act : PDCA

นายสามารถ พูลเกษม (สวนเกษตรสามารถ)

ทั้งนี้ มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้วทั่วประเทศ จำนวน 221 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ หลากหลายสาขา เช่น ด้านเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

สานของนายสุกิจ สุภาพงศ์ (สวนยายเหรียญ) 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...