Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดประกาศ “SET ZERO” การใช้สารเคมี ชูมาตรการ Big Cleaning โรงคัดบรรจุทุเรียน

ประกาศ “SET ZERO” การใช้สารเคมี ชูมาตรการ Big Cleaning โรงคัดบรรจุทุเรียน

-

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก พร้อมทั้งพบปะพี่น้องเกษตรชาวสวนผลไม้ และผู้ประกอบการผลไม้ส่งออก เพื่อรับทราบรายงานสถานการณ์การส่งออกผลไม้ รวมถึงอุปสรรคการส่งออกผลไม้จากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ร่วมลงพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี

รมช.อิทธิ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์การส่งออกทุเรียนไปสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ประกาศ “SET ZERO” การใช้สารเคมีในโรงคัดบรรจุทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมอบหมายกรมวิชาการเกษตร ขับเคลื่อนภารกิจด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกร เรื่อง มาตรการป้องกันสารปนเปื้อน Basic Yellow 2 “Big Cleaning” ทุกสวน โรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุ เพื่อเตรียมความพร้อมทำความสะอาดโรงคัดบรรจุ และป้องกันการปนเปื้อนสาร Basic Yellow 2 (BY2) ในทุเรียนผลสดก่อนเปิดฤดูกาลทุเรียนตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย 7 มาตรการ ดังนี้

1.ไม่ใช้สารห้ามใช้ในกระบวนการผลิตทุเรียน
2.เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตทุเรียนเพื่อป้องกันการปนเปื้อน เช่น พาเลท ภาชนะบรรจุ ตะกร้า ฯลฯ
3.ทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น พัดลม และพื้นที่บริเวณผลิตก่อนและหลังการผลิต
4.น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตมีความสะอาด
5.ทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ก่อนบรรจุทุกครั้ง
6.การสุ่มเก็บตัวอย่าง และส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อน
7.กล่องกระดาษบรรจุตัวอย่างต้องปิดช่องสนิทเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างส่งตัวอย่าง

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพผลไม้ส่งออกในทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบ 100% รวมถึงการตรวจสารแคดเมียม และหนอนในทุเรียน พร้อมทั้งเตรียมขยายผลไปยังการตรวจสอบร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนทั้งระบบการผลิต และการตรวจสอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไย เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพผลไม้ให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งนี้ หากมีการตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามบทลงโทษ ตามประกาศกรมวิชาการเกษตรที่เกี่ยวข้องทันที

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน และผู้ประกอบการทุกท่านมั่นใจและคลายข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งออกทุเรียนไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากกระทรวงฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์และติดต่อเจรจาร่วมกับ GACC ในเรื่องมาตรการ

ตรวจสอบและแนวทางการปฏิบัติเพื่อส่งออกทุเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดย กรมวิชาการเกษตรได้ออกมาตรการ “Big Cleaning” เพื่อทำความสะอาดทุกสวนทุกโรงคัดบรรจุ รวมถึงมาตรการ “4 ไม่” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการกว่า 8 แห่ง ให้มีการเตรียมพร้อมรองรับการตรวจสอบทุเรียนตะวันออกในช่วงพีคของฤดูกาล โดยมาตรการและแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างมั่นใจในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร และรักษามาตรฐานผลไม้ไทยให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสการส่งออกผลไม้จากเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกไทยอีกด้วย” รมช.อิทธิ กล่าว

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า กรมวิชาการเกษตรได้ออก ประกาศมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2568 ประกาศเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งเตรียมเดินหน้าแนวทางปฏิบัติตามมาตรการโรงคัดบรรจุพื้นที่ภาคตะวันออกเช่นเดียวกับทางภาคใต้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบรายงานผลการทดสอบ Basic yellow 2 (Test Report) ในเนื้อและเปลือก ต้องตรวจไม่พบหรือ Not Detected และ Cadmium ในเนื้อ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.05mg/kg) จึงจะออกใบรับรองสุขอนามัยพืช : PC ได้ ซึ่งปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองการตรวจสอบคุณภาพในการทดสอบสาร Basic Yellow 2 (BY2) และตรวจสอบศัตรูพืชและข้อกำหนดอื่น ๆ ตามข้อตกลงพิธีสารไทย-จีนจากกรมวิชาการเกษตรและ GACC จำนวน 8 แห่ง

และอยู่ระหว่างการลงทะเบียนห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องเกษตรกรในการตรวจสอบตัวอย่างทุเรียนตะวันออกที่กำลังจะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรชาวสวน และผู้ประกอบการส่งออกปฏิบัติตาม มาตรการ 4 ไม่  ได้แก่  1.ไม่อ่อน  2.ไม่หนอน 3.ไม่มีสวมสิทธิ์ และ 4.ไม่สีไม่มีสารเคมีต้องห้าม เพื่อรักษาคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยทุเรียนไทย และยกระดับคุณภาพผลไม้ไทยในตลาดผลไม้โลก อีกด้วย

สำหรับจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิต รวบรวม และกระจายผลไม้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ  นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมากพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง และสละ ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณผลผลิตไม่น้อยกว่า 900,000 ตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท มีผู้รวบรวม/ ล้ง / ผู้ส่งออก อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มากกว่า 800 โรง

จังหวัดจันทบุรีจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการผลไม้ให้มีคุณภาพ รักษาและยกระดับผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนเกิดเป็น “จันทบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน ในการสร้างมาตรการในพื้นที่เพื่อควบคุม รักษาคุณภาพของผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีและขยายผลไปทั่วประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...