Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดยก “สาหร่ายทะเล” เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าสร้างโอกาสให้ชุมชน

ยก “สาหร่ายทะเล” เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าสร้างโอกาสให้ชุมชน

-

กรมประมงหนุนขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาช่วยยกระดับการเพาะเลี้ยงและแปรรูป “สาหร่ายทะเล” อาหารแห่งอนาคต ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปได้มากมาย  เล็งขยายผลเป็นต้นแบบในการผลิตสินค้าประมงที่ทรงศักยภาพ  สนองนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสนับสนุนการสร้างโอกาสการพัฒนาอาชีพในระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยใช้หลักการ “ตลาดนํา นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง มีนโยบายในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้านการเกษตรสู่มาตรฐานสูง เกษตรกรมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน  จึงได้สนับสนุนให้เร่งส่งเสริมการผลิตและแปรรูปสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่มีกระแสความนิยมบริโภคอย่างต่อเนื่องและผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดห่วงโซ่มูลค่าได้อย่างหลากหลาย เช่น การผลิตอาหาร เครื่องสำอาง ยา อาหารสัตว์ และปุ๋ย เป็นต้น  โดยปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีปริมาณผลผลิตถึง 1,031.31 ตัน มูลค่ากว่า 43,335,000 บาท

กรมประมง จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐเอกชน  ส่งเสริมการศึกษา วิจัย เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ในการเพาะเลี้ยงและแปรรูปผลิตภัณฑ์สาหร่ายทะเลชนิดต่าง ๆ เช่น สาหร่ายผักกาด สาหร่ายพวงองุ่น ฯลฯ ในหลายพื้นที่ ภายใต้การดำเนินงานของกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และ กองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง  ซึ่งกำกับดูแลกิจกรรมนี้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้แก่ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสานตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดเพชรบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา กระบี่ ภูเก็ต เป็นต้น  โดยได้มีการสนับสนุนและพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิค นวัตกรรม ทั้งการเพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว การแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตลาด และการเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปัจจุบันสามารถขยายผลส่งเสริมการผลิตและแปรรูปอย่างครบวงจรไปยังกลุ่มเกษตรกรจนประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี @ปากน้ำแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี โดยประธานกลุ่ม คุณสุภิดา ลิ้นทอง หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายและแปรรูปสาหร่ายผักกาดทะเล และสาหร่ายพวงองุ่น เล่าว่าทางกลุ่มฯ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและการแปรรูปสาหร่ายทะเล มาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี จึงได้นำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยศึกษาจากกระแสความต้องการของตลาดผู้บริโภค ซึ่งสามารถผลิตทั้งด้านอาหารและเครื่องสำอางได้มากกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ เช่น สาหร่ายทะเลตากแห้ง บะหมี่สาหร่ายผักกาดทะเล บะหมี่สาหร่ายผักกาดทะเลพร้อมผงปรุง 6 รสชาติ ผักม้วนสาหร่ายผักกาดทะเล พาสต้าสาหร่ายผักกาดทะเล เซรั่มบำรุงผิวหน้าผสมสารสกัดจากสาหร่ายผักกาดทะเล แชมพู ครีมนวดผม เจลอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิวกายผสมสารสกัดจากสาหร่ายผักกาดทะเล เป็นต้น และได้รับการผลักดันจากกรมประมง รวมทั้งสำนักงาน กปร. ทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) ทุกผลิตภัณฑ์เป็นแห่งแรก โดยวางจำหน่ายที่ร้านสิริพัฒนภัณฑ์ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ และร้าน Fisherman shop @Bangkhen และยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  ทั้งนี้ ปัจจุบันสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนมูลค่ากว่าหลายล้านบาทต่อปี  สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับชุมชนอย่างอย่างยั่งยืน และยังมีแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกต่างประเทศในอนาคตอีกด้วย

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า จากความสำเร็จดังกล่าว กรมประมงจึงได้สนับสนุนให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี @ปากน้ำแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้นแบบการผลิตและแปรรูปสาหร่ายทะเลที่มีศักยภาพของประเทศเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ นอกจากนี้ ยังได้จัดอบรมเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เข้าสู่มาตรฐานเพาะเลี้ยงสาหร่าย และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน หนุนการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืน อีกทั้งจะผลักดันการพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าประมงชนิดอื่น ๆ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยใช้ “สาหร่ายทะเล” เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...