Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเจ๊หลานขนมเข่งต้นตำหรับเบตงยอดขายพุ่งรับเทศกาลตรุษจีน

เจ๊หลานขนมเข่งต้นตำหรับเบตงยอดขายพุ่งรับเทศกาลตรุษจีน

-

ยะลา – ขนมเข่งเจ๊หลาน กว่า 55 ปีจากรุ่นสู่รุ่น ขนมเข่งสูตรโบราณเมืองเบตง ชาวมาเลเซียติดใจในรสชาติข้าวเหนียวไทย เพราะหอม นิ่ม อร่อย ออเดอร์กว่า 4,000 กก.เร่งส่งให้ทันออเดอร์ สวนกระแสของแพง ขนมเข่งยอดสั่งยังพุ่งรับเทศกาลตรุษจีนทำแทบไม่ทัน

ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่หลายคนเริ่มเตรียมตัวเตรียมเงินซื้อของเตรียมไหว้ตรุษจีนกันแล้ว โดยเฉพาะขนมเข่งซึ่งเป็นขนมไหว้เจ้าในเทศกาลสำคัญที่อยู่คู่กับพี่น้องชาวจีนมาช้านาน แม่ค้าที่ทำขนมเข่งขายในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ต่างเร่งทำขนมเข่งเพื่อส่งให้ทันออเดอร์แทบไม่ทัน โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่ 27 ถนนวีระพันธ์ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ของนางสุนันท์ จ้องศิรินุรักษ์ อายุ 75 ปี เจ้าของร้าน เจ๊หลานขนมเข่งสูตรโบราณ กับลูกหลาน และบรรดาลูกน้อง ต่างเร่งผลิตขนมเข่งสูตรโบราณ ที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น กว่า 55 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณยาย รุ่นคุณแม่ ด้วยการโม่แป้งจากข้าวเหนียวโดยเฉพาะข้าวเหนียวดำที่สั่งมาจากจังหวัดอุบลราชธานีและอุดรธานี และต้องเป็นข้าวเหนียวที่เก็บใหม่ เพราะจะมีกลิ่นหอม และเป็นเจ้าแรกของอำเภอเบตงที่ทำขนมเข่งจากข้าวเหนียวดำที่สั่งมาจากภาคอีสาน โดยเริ่มจากที่ทำกินเองในครอบครัวในช่วงวันตรุษจีน

ทำให้ชาวบ้านเห็นและได้ชิมจนชาวบ้านในเบตงต่างบอกว่าให้ทำมาส่งขาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำขนมเข่ง ข้าวเหนียวดำ โดยนำข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำตาลแล้วนำใส่ในกระป๋องที่ห่อใบตองไว้ ก่อนนำไปนึ่งด้วยกระทะใบบัว ซึ่งต้องใช้เวลานานร่วม 18 ชั่วโมงและต้องใช้ไฟพอดี ไม่แรง ไม่อ่อนจนเกินไป เพราะ จะทำให้มีรสชาติที่หอมหวาน หอมใบตอง แป้งโม่เอง ทำมือเองทั้งหมดทุกขั้นตอน โดยขนมเข่งที่ผลิตขายเป็นขนมแข่งแบบพื้นเมืองเบตง สูตรโบราณ ที่จะมีจุดเด่น คือ มีลักษณะเป็นเข่งใหญ่เท่ากระป๋องนม เนื้อแน่น ไม่มีไส้ มีเพียงแป้งข้าวเหนียว และน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ

นางสุนันท์ จ้องศิรินุรักษ์ เจ้าของร้าน ขนมเข่งเจ๊หลาน บอกว่า ทุกวันนี้ จำหน่ายขนมเข่ง 2 ชนิดแบบข้าวเหนียวขาว กก.ละ 160 บาท และข้าวเหนียวดำ กก.ละ 185 บาท ถึงแม้ราคาวัตถุดิบจะปรับราคาขึ้นไปก็ตามแต่ยังคงขายในราคาเดิม เพื่อให้คนได้ทานของอร่อยในวันตรุษจีนโดยปีนี้มียอดออเดอร์สั่งมาจากมาเลเซียและคนในพื้นที่กว่า 4,000 กก.

สำหรับวันตรุษจีนในปี 2568 ตรงกับวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 และต่อเนื่องไปอีกรวม 3 วัน และมีวันความสำคัญที่แตกต่างกัน คือ วันจ่ายจะตรงกับวันที่ 27 มกราคม 2568 และวันจ่าย คือ วันสิ้นปี เป็นวันที่จะต้องออกไปจับจ่ายซื้อของ อาหาร ผลไม้ หรือของสำหรับเตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และสำหรับทำอาหารกินในครอบครัว ถือเป็นวันแรกในการเตรียมตัวเข้าสู่ปีใหม่

นอกจากนี้วันไหว้ตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 28 มกราคม 2568  วันไหว้ หรือวันไหว้ตรุษจีน 2568 คือ วันที่ญาติจะต้องมารวมตัวกันเพื่อเริ่มทำพิธีไหว้บรรพบุรุษในช่วงกลางวัน ส่วนในช่วงกลางคืนจะเป็นการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ให้กับตนเองและครอบครัวและวันเที่ยว ตรงกับวันที่ 29 มกราคม 2568 คือวันเที่ยวเป็นวันที่คนในครอบครัวจะพากันออกไปขอพรจากญาติผู้ใหญ่หรือออกไปท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่จะแต่งกายโดยสีสันสดใส เสื้อผ้าใหม่ที่สวยงาม อีกทั้งยังมีการมอบอั่งเปาและแต๊ะเอียในวันนี้อีกด้วย

วันตรุษจีนถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะได้เฉลิมฉลองร่วมกันกับคนในครอบครัวแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่จะได้ไหว้บรรพบุรุษ เทพเจ้า รวมถึงขอพรผู้ใหญ่เพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเริ่มต้นปีใหม่อีกด้วย

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...