หน้าแรกข่าวล่าสุดแม่ค้าก๋วยเตี่ยวเมืองเบตงยืนขายราคาเดิมสวนทางของแพงทั้งแผ่นดิน

แม่ค้าก๋วยเตี่ยวเมืองเบตงยืนขายราคาเดิมสวนทางของแพงทั้งแผ่นดิน

-

ยะลา-สินค้าทยอยปรับขึ้นราคา แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเมืองเบตงโอด วัตถุดิบก๋วยเตี๋ยวปรับขึ้นต้องแบกรับต้นทุนวันละ 6,000 บาท แม้แต่กระทั่งก๊าซหุงต้มที่ต้องใช้วันละ1ถัง15 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งก่อนหน้านี้1ถัง15 กิโลกรัม ถังละ450บาท ตอนนี้ปรับขึ้นมาเป็น ถังละ500 บาท

ภายหลังผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการและบางยี่ห้อ เช่น ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ปรับราคาขึ้น อีกทั้งราคาก๊าซหุงต้มธรรมชาติ ปรับขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มขยับจาก 450 บาท เป็น 500 บาท และจากการปรับขึ้นราคา สิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของประชาชนรวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ด้วย

จากการสำรวจที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนุชก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เมืองเบตง ถ.คชฤทธิ์ อ.เบตง จ.ยะลา โดยสอบถามกับ นางลำไพ เอี้ยงประโคน อายุ 45 ปี เจ้าของร้านนุชก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ถึงผลกระทบจากสินค้าอุปโภคบริโภคและก๊าซหุงต้มที่ทยอยปรับราคาขึ้นในห้วงเวลานี้ ซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวของนางลำไพ ได้รับผลกระทบทางตรงเพราะวัตถุดิบ เช่น ซอสปรุงรส ซีอิ๋วขาว ที่ปรับราคาขึ้นอย่างเช่น ผงชูรส จากเดิม 10 บาท ตอนนี้ขึ้นเป็น 14 บาทน้ำปลา จาก 12 บาทปรับขึ้นเป็น 20 บาท น้ำตาลทราย จาก กก.ละ 25 บาทเป็น 30 บาท แม้แต่กระทั่งก๊าซหุงต้มที่ต้องใช้วันละ1ถัง15กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งก่อนหน้านี้1ถัง15 กิโลกรัม ถังละ450บาท ตอนนี้ปรับขึ้นมาเป็น ถังละ500 บาท

นางลำไพ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ต้องแบกต้นทุนเฉพาะเนื้อหมู อย่างหมูสันนอกกก.ละ180 เครื่องปรุงและเส้นต่างๆ จากเดิมประมาณ3,000บาทต่อวัน เฉลี่ยเพิ่ม 6,000 บาทต่อวัน เงินจำนวนนี้ไม่รวมค่าแรงและค่าเช่าบ้าน ซึ่งรายรับรายจ่ายไม่สอดคล้องกัน

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้สินค้าทุกอย่างพาเหรดปรับขึ้นราคาขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ทางร้านยังยืนยันจะขายก๋วยเตี๋ยวในราคาถ้วยละ40บาทพิเศษ 50 บาท เพราะเห็นใจลูกค้า พร้อมทั้งให้เยอะเหมือนเดิมเพื่อผู้บริโภคได้บริโภคของสดใหม่ที่คุณภาพ

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...