Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดน้องแพร ฟอร์มสุดยอด คว้าทริปเปิลแชมป์ ศึกซอฟท์เทนนิส ปี2567

น้องแพร ฟอร์มสุดยอด คว้าทริปเปิลแชมป์ ศึกซอฟท์เทนนิส ปี2567

-

วานนี้ (5 พ.ค. 67 ) ที่สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี มีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศกีฬาซอฟท์เทนนิส ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2567 ในประเภทหญิงคู่ แพรวา จงจิตร มือหนึ่งประเทศไทยวัย 19 ปี(เสื้อสีน้ำตาล) จากกรุงเทพมหานคร จับคู่กับ ณัชชา กล่มกมล จากสุโขทัย พบกับ นราวรรณ เรืองเกิด จากชลบุรีที่จับคู่กับ บัณฑิตา พึงประภา จากนนทบุรีเกมคู่นี้ แพรวา และ ณัชชา อาศัยจังหวะเล่นเกมท้ายคอร์ตเหนียวแน่นของ ณัชชา และ การโฉบโจมตีเร็วหน้าเน็ทของ แพรวา ชนะไป 5 : 3 คว้าแชมป์หญิงคู่ประเทศไทยปีนี้ไปครอง นอกจากนี้ แพรวา จงจิตร จากกรุงเทพมหานคร ยังคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวด้วยการชนะน้อง”ข้าวปุ้น” ธัญพิชชา สมสนิท เพื่อนร่วมแคมป์ทีมชาติจากกรุงเทพมหานครไป 4 : 0

ชายเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ “ภูผา”สิปปกร ทองงิ้ว แชมป์กีฬาเยาวชน”ราชบุรีเกมส์”จากกำแพงเพชร คว้าแชมป์ด้วยการชนะเพื่อนร่วมแคมป์ทีมชาติและแชมป์กีฬาแห่งชาติ”กาญจนบุรีเกมส์”
อนวรรษ เกอะประสิทธิ์ จากกรุงเทพมาหานคร 4 : 1

ชายคู่รอบชิงชนะเลิศ สิปปกร ทองงิ้ว จากกำแพงเพชร และ

อนวรรษ เกอะประสิทธิ์ จากกรุงเทพมาหานคร กลับมาจับคู่กันคว้าแชมป์ด้วยการชนะ ภัคพล เธียรชัยพงศ์ จากพิจิตร และ ศุภกฤต เจริญศิลป์ จากกำแพงเพชร แบบออกแรงเหนื่อย 5 : 4 ไทร์เบรค 7 : 5

คู่ผสมแชมป์เป็นของ คู่ผสมจากกรุงเทพมหานคร แพรวา จงจิตร และ อนวรรษ

เกอะประสิทธิ์ สองมือหนึ่งประเทศไทย รองชนะเลิศ ธัญพิชชา สมสนิท จากกรุงเทพมหานครที่จับคู่กับ สิปปกร ทองงิ้ว จากกำแพงเพชร รองชนะเลิศอันดับ 2 คู่ผสมจากกำแพงเพชร แพรพลอย มหานิล และ ศุภกฤต เจริญศิลป์ และ ณัชชา กล่มกมล จากสุโขทัยที่จับคู่กับ ประเสริฐชัย นาคเจริญทรัพย์ จากราชบุรี

หญิงเดี่ยว 18 ปี เวียนนา แคลร์ ซึ.โมราเรส จากกำแพงเพชรเป็นแชมป์ รองแชมป์ ณัชชา มณีเขียว ชลบุรี รองชนะเลิศอันดับสอง ชิญญาดา วิทูประพัทธ์ จากกรุงเทพมหานคร และ วรรณิกา เพ็งประไพ กรุงเทพมหานคร

ชายเดี่ยวอายุ 18 ปี แชมป์เป็นของ ปกรธรรม เถามณี จากสงขลา รองชนะเลิศ ภูมิภัทร เธียรชัยพงศ์ จากพิจิตร รองชนะเลิศอันดับ 2 จิตติพัฒน์ อุ่นเจริญ จากพิจิตร และ วงศกร วรรณารักษ์ จากลำปาง

หญิงคู่อายุ 18 ปีแชมป์เป็นของ เบลินด้า เอ็นจิ สาวน้อยลูกครึ่งไทย-กาน่า วัย 13 ปีจากพิจิตร และ ธัญพิชชา สมสนิท กรุงเทพฯมหานคร รองชนะเลิศ ธมนวรรณ ชนะภัย และ วันพิมพ์ กลิ่นเพ็ญ จากกำแพงเพชร รองชนะเลิศอันดับ 2 ณิชาวรินทร์ ธนัญชัยสิริโชติ จากปทุมธานี กับ จิราพัชร เจนชัยมงคล จากสมุทรสาคร และคู่ของ ชิญญาดา วิทูประพัทธ์ และ วรรณิกา เพ็งประไพ สองสาวจาก กทม.

ชายคู่ 18 ปีแชมป์เป็นของ ภูมิภัทร เธียรชัยพงษ์ จากพิจิตร จับคู่กับ กฤติธี ปลื้มใจ จากสมุทรสงคราม รองชนะเลิศ ปิยสุวรรณ มังคล้าย และ จิตติพัฒน์ อุ่นเจริญ สองนักหวดจากพิจิตร รองชนะเลิศอันดับ 2 ลิปปกร ชนะสงคราม จากเพชรบุรี และ วชิรปรัชญ์ การินตา จากน่าน และคู่ของ โนอาร์ อนันดา ซีกเลอร์ จากศรีสะเกษ ที่จับคู่กับ นภัทร์ แซ่จีน จากกำแพงเพชร

ส่วนกรณีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในปี 2568 แต่ไม่มีกีฬาซอฟท์เทนนิสบรรจุในกีฬาชิงเหรียญ นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าขอให้คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยพิจารณาทบทวนชนิดกีฬาเพิ่ม”ซอฟท์เทนนิส”บรรจุในชนิดกีฬาชิงเหรียญ ด้วยเหตุผลที่กีฬาซอฟท์เทนนิสเป็นชนิดกีฬาที่บรรจุในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และซีเกมส์มาหลายครั้ง ซึ่งสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาในนามทีมชาติเข้าร่วมชิงชัยตลอดมา อีกทั้งมีการเตรียมนักกีฬาทีมชาติมาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี เพื่อร่วมแข่งขันในซีเกมส์ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2568

ถ้าไม่มีการบรรจุซอฟท์เทนนิสในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะเป็นความเสียหายในหลายด้าน อีกทั้งตัวนายบรรลือชัย ผิวสานต์ เองยังมีฐานะเป็นประธานสหพันธ์ซอฟท์เทนนิสอาเซี่ยน ได้มีการพูดคุยกับชาติสมาชิก 8 ประเทศ ทำจดหมายถึงประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย แหละกรรมาธิการการกีฬาสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงรายละเอียดและเหตุผลเพื่อขอให้มีการพิจารณาทบทวนบรรจุกีฬาซอฟท์เทนนิสเป็นชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...