หน้าแรกข่าวล่าสุดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง "สวนสายชล"พิษณุโลก แชมป์เนื้อนุ่มหวานอร่อย

มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง “สวนสายชล”พิษณุโลก แชมป์เนื้อนุ่มหวานอร่อย

-

“สวนสายชล”สวนมะม่วงน้ำดอกไม้ พื้นที่หมู่ 10 บ้านเนินสำราญ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดน้ำดอกไม้สีทอง ที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในโลก ช่วงนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ท้องตลาด ราคาหน้าสวน กก.ละ 40 บาท เคยราคาสูงสุดตอนต้นฤดู กก.ละ 100 บาท ขณะที่พ่อค้าตลาดริมเมย ลงมาซื้อถึงหน้าสวน

นายประยูน พรหมวิชัย อายุ 51 ปี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 14 ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ประธานแปลงใหญ่บ้านเนินสำราญ ตำบลไทรย้อย เจ้าของสวนสายชล ที่ได้รับรางวัล รางวัลชนะเลิศมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง ภายในงานเทศกาลผลไม้นานาพรรณ มหัศจรรย์ของดีเนินมะปราง ประจำปี 2567 โดยดูจากผิวของมะม่วงที่มีความสวย ความหวานของมะม่วง เนื้อนุ่มไม่มีเสี้ยน กล่าวว่า ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมากิโลกรัมละ 110 บาท ซึ่งเป็นมะม่วงต้นฤดูกาลจะมีราคาสูง เป็นที่น่าพอใจของเกษตรกร แต่ปัจจุบันราคาลดลงเนื่องจากมีผลไม้ชนิดอื่นออกมาเข้าสู่ตลาด ทำให้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หน้าสวน ราคาลดลงเหลือกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งเกษตรกรจะได้กำไรน้อยลง

นายธนกฤต เตชะศิรินุกูล อายุ 40 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.บางเตย อ.สามพราน จังหวัดนครปฐม พ่อค้าตลาดริมเมย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กล่าวว่า วันนี้ลงมารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากความต้องการของลูกค้า เนื่องจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดพิษณุโลก มีรสชาติหวาน อร่อย เป็นความต้องการของลูกค้าชาวเมียนมา ที่ข้ามชายแดนมาซื้อ ส่วนราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 60 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1038-2598 นางสุพาลี เหลืองกระโทก ที่สวนมีมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงเพชรบ้านลาด จำหน่าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...