Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเกษตรอินทรีย์..ทางเลือกใหม่ชาวนา ป้อนสู่ครัวโลก ดร.เคแนะเร่งติดอาวุธเทคโนโลยี

เกษตรอินทรีย์..ทางเลือกใหม่ชาวนา ป้อนสู่ครัวโลก ดร.เคแนะเร่งติดอาวุธเทคโนโลยี

-

ปัจจุบันการทำเกษตร ด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติ โดยพื้นที่ปลูกพืช ผัก ผลไม้และพื้นที่ทำนาต่างๆ ต้องไม่มีสารพิษ หรือประเภทสารเคมีตกค้าง เพื่อที่หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมี ทั้งทางดิน ทางน้ำและอากาศ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ทางชีวภาพระบบนิเวศน์ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามความสมดุลธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่เกษตรต้องไม่มีสารเคมีตกค้าง เพื่อหลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อน

แนวโน้มการทำเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ จะเข้ามามีบทบาทต่อเกษตรกรสูงขึ้น เพราะว่าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ จะให้ความสำคัญต่อพืช ผัก ผลไม้และการปลูกข้าว ที่ทำการผลิตจากเกษตรอินทรีย์ เพราะว่าตลาดส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ตะวันออกลาง จะนิยมเลือกบริโภคอาหารมาจากเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากข้อดีเกษตรอินทรีย์ ช่วยให้สุขภาพลดความเสี่ยงจากพิษของสารเคมี ที่อาจปนเปื้อนมาจากสัตว์และพืช เมื่อร่างกายได้บริโภคไปแล้ว จะมีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี เพราะว่าผลผลิตจากอาหารไม่มีสารตกค้าง จึงส่งผลดีต่อทางโภชนาการสูง ไม่มีโรค ไม่มีแมลง

ดร.เค แจ่มใส ประธานที่ปรึกษาเกษตรอินทรีย์ ที่คลุกคลีในการปลูกพืช ผัก และทำนามายาวนาน เนื่องจากจบการศึกษามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทางด้านวิศวกรรมทางชีวภาพ และเคยคลุกคลีทำการเกษตรที่ต่างประเทศมาหลายปี

อีกทั้ง ยังเป็นผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายในไทย และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย และกัมพูชา  ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมในตลาด เนื่องจากว่าปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารครบ 6 ชนิด เพื่อรองรับการทำเกษตรอินทรีย์ และกำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกรในประเทศไทย  โดยเฉพาะเกษตรที่ทำสวนผลไม้ ประเภททุเรียน สวนส้ม จากจ.กาญจนบุรี ส่วนหนึ่งเลือกซื้อปุ๋ยจากบริษัทของดร.เค

สำหรับความต้องการของตลาดข้าวทั่วโลก ดร.เคมองว่า ตลาดข้าวยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งในตลาดยุโรป และอเมริกา รวมทั้งตลาดเอเชีย ตลาดแถบตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ย่อมมีโอกาสป้อนสู่ตลาดโลกได้ไม่ยาก ผ่านทางช่องทางจำหน่ายในประเทศ

ซึ่งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิที่เพาะปลูกในประเทศไทยค่อนข้างที่มีชื่อเสียง ตลาดต่างประเทศให้ความยอมรับสูงที่ใช้เกษตรอินทรีย์ แต่ทั้งนี้  ชาวนาที่ปลูกข้าว ต้องมีความรอบรู้ ในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องดิน น้ำให้ถูกวิธี ปลอดจากสารเคมีด้วย เพราะว่าวันนี้ทุกประเทศมีความต้องการข้าวที่มีขบวนการผลิตจากเกษตรอินทรีย์ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบสารกันเปื้อนและสารเจือปนต่างๆได้ โดยเฉพาะเรื่องดินที่ใช้ในพื้นที่ทำการเกษตร จะต้องไม่มีสารตกค้าง

“อย่างการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ค่อนข้างถูกควบคุมมาตรฐานสินค้าค่อนข้างสูงในแต่ละประเทศ ถ้าสินค้าเกษตรส่งออกไปไม่ได้ตามมาตรฐานวางไว้ อาจโดนตีกลับได้ ขณะที่ประเทศไทยเองต้องเจอคู่แข่งขันอีกหลายราย ที่นำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าทำถูกต้องตามระบบจะง่ายต่อการส่งออกสินค้า” ดร.เค กล่าว

โดยเฉพาะการทำนาข้าว สิ่งสำคัญคือเรื่องน้ำ จะต้องมีขบวนการจัดการที่ดี เพื่อให้ข้าวเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งเรื่องปุ๋ย จะต้องครอบคลุมคุณภาพที่เลือกใช้กับเกษตรอินทรีย์โดยตรง ถ้าหากเลือกใช้ผิดหลักการเกษตรอินทรีย์ อาจมีปัญหาตามมาได้ เนื่องจากไม่ตรงตามหลักเกณฑ์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...