Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“อภัยภูเบศร” ชู “สมุนไพรไทย” สร้างความมั่นคงทางสุขภาพหนุนพึ่งต้นเองยุตวิกฤต

“อภัยภูเบศร” ชู “สมุนไพรไทย” สร้างความมั่นคงทางสุขภาพหนุนพึ่งต้นเองยุตวิกฤต

-

ปราจีนบุรี — ท่ามกลางความท้าทายจากอุบัติการณ์โรคอุบัติใหม่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย” กำลังได้รับการยกระดับให้เป็นทั้งเครื่องมือสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพและฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569    ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดหลัก “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

โดยในปีนี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้นำด้านการแพทย์แผนไทยเตรียมนำเสนอแนวคิด “สมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งตนเอง” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลสุขภาพตนเองและเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะวิกฤต
“ปัจจุบันโลกเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน การสร้างความมั่นคงทางสุขภาพเริ่มได้จากระดับครัวเรือน สมุนไพรไทยคือทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่ทรงคุณค่า หากประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้อง จะสามารถนำมาใช้ป้องกันโรคและพึ่งพาตนเองได้ในยามเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน” แพทย์หญิงวลีรัตน์ กล่าว

สำหรับไฮไลต์สำคัญที่อภัยภูเบศรนำมาจัดแสดง ณ บูธนิทรรศการ (ทางเข้าฮอลล์ 12) คือ สวนสมุนไพรพื้นบ้านกว่า 100 ชนิด และการเปิดตัวหนังสือ “บันทึกของแผ่นดิน 16 : สมุนไพร เกราะป้องกันสุขภาพในภัยพิบัติ” ซึ่งจะแจกฟรีให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งแจกพันธุ์สมุนไพรหายากและเมล็ดพันธุ์ที่มีสารสำคัญสูง อาทิ หอมแส้, รางจืดสายพันธุ์หนองทะเล (ผลงานวิจัยเด่นของจังหวัดปราจีนบุรี) และกะเพราป่า รวมถึงแจกเมล็ดพันธุ์มะระขี้นกทุกวัน เพื่อส่งเสริมการสร้างคลังยาสามัญประจำบ้านในยุควิกฤตสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษาด้านการใช้ยาสมุนไพรโดยแพทย์แผนไทยและเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ไม่เพียงแต่การส่งเสริมสุขภาพในระดับมหาภาค ข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อภัยภูเบศรยังสะท้อนศักยภาพในการแปรรูปสมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพล่าสุด อาทิ

•“Abhai Bone Care” ผลิตภัณฑ์ดูแลกระดูกและข้อจากสารสกัดเพชรสังฆาต

•ยาน้ำแก้ไอมะขามป้อม สูตรไม่มีน้ำตาล สำหรับผู้รักสุขภาพและผู้ป่วยเบาหวาน

•“อภัย พรีเมี่ยม ยูวี ชีลด์ SPF50+ PA++++” ครีมกันแดดสมุนไพรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การขับเคลื่อนนวัตกรรมเหล่านี้ สอดรับกับวัตถุประสงค์หลักของงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 และแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นแกนหลักในการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของประเทศไทย โดยการชูอัตลักษณ์นวัตกรรมสมุนไพรไทยและการบริการแพทย์แผนไทยระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชน “ปรับตัว” อยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสมุนไพรจาก “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน” สู่ “อุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต” ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

###  มานิตย์  สนับบุญ /ปราจีนบุรี  ###

.

.

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...