ปัจจุบันการทำเกษตร ด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติ โดยพื้นที่ปลูกพืช ผัก ผลไม้และพื้นที่ทำนาต่างๆ ต้องไม่มีสารพิษ หรือประเภทสารเคมีตกค้าง เพื่อที่หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมี ทั้งทางดิน ทางน้ำและอากาศ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ทางชีวภาพระบบนิเวศน์ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามความสมดุลธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่เกษตรต้องไม่มีสารเคมีตกค้าง เพื่อหลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อน
แนวโน้มการทำเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ จะเข้ามามีบทบาทต่อเกษตรกรสูงขึ้น เพราะว่าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ จะให้ความสำคัญต่อพืช ผัก ผลไม้และการปลูกข้าว ที่ทำการผลิตจากเกษตรอินทรีย์ เพราะว่าตลาดส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ตะวันออกลาง จะนิยมเลือกบริโภคอาหารมาจากเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากข้อดีเกษตรอินทรีย์ ช่วยให้สุขภาพลดความเสี่ยงจากพิษของสารเคมี ที่อาจปนเปื้อนมาจากสัตว์และพืช เมื่อร่างกายได้บริโภคไปแล้ว จะมีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี เพราะว่าผลผลิตจากอาหารไม่มีสารตกค้าง จึงส่งผลดีต่อทางโภชนาการสูง ไม่มีโรค ไม่มีแมลง

ดร.เค แจ่มใส ประธานที่ปรึกษาเกษตรอินทรีย์ ที่คลุกคลีในการปลูกพืช ผัก และทำนามายาวนาน เนื่องจากจบการศึกษามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทางด้านวิศวกรรมทางชีวภาพ และเคยคลุกคลีทำการเกษตรที่ต่างประเทศมาหลายปี
อีกทั้ง ยังเป็นผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายในไทย และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย และกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมในตลาด เนื่องจากว่าปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารครบ 6 ชนิด เพื่อรองรับการทำเกษตรอินทรีย์ และกำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกรในประเทศไทย โดยเฉพาะเกษตรที่ทำสวนผลไม้ ประเภททุเรียน สวนส้ม จากจ.กาญจนบุรี ส่วนหนึ่งเลือกซื้อปุ๋ยจากบริษัทของดร.เค
สำหรับความต้องการของตลาดข้าวทั่วโลก ดร.เคมองว่า ตลาดข้าวยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งในตลาดยุโรป และอเมริกา รวมทั้งตลาดเอเชีย ตลาดแถบตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ย่อมมีโอกาสป้อนสู่ตลาดโลกได้ไม่ยาก ผ่านทางช่องทางจำหน่ายในประเทศ
ซึ่งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิที่เพาะปลูกในประเทศไทยค่อนข้างที่มีชื่อเสียง ตลาดต่างประเทศให้ความยอมรับสูงที่ใช้เกษตรอินทรีย์ แต่ทั้งนี้ ชาวนาที่ปลูกข้าว ต้องมีความรอบรู้ ในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องดิน น้ำให้ถูกวิธี ปลอดจากสารเคมีด้วย เพราะว่าวันนี้ทุกประเทศมีความต้องการข้าวที่มีขบวนการผลิตจากเกษตรอินทรีย์ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบสารกันเปื้อนและสารเจือปนต่างๆได้ โดยเฉพาะเรื่องดินที่ใช้ในพื้นที่ทำการเกษตร จะต้องไม่มีสารตกค้าง
“อย่างการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ค่อนข้างถูกควบคุมมาตรฐานสินค้าค่อนข้างสูงในแต่ละประเทศ ถ้าสินค้าเกษตรส่งออกไปไม่ได้ตามมาตรฐานวางไว้ อาจโดนตีกลับได้ ขณะที่ประเทศไทยเองต้องเจอคู่แข่งขันอีกหลายราย ที่นำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าทำถูกต้องตามระบบจะง่ายต่อการส่งออกสินค้า” ดร.เค กล่าว
โดยเฉพาะการทำนาข้าว สิ่งสำคัญคือเรื่องน้ำ จะต้องมีขบวนการจัดการที่ดี เพื่อให้ข้าวเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งเรื่องปุ๋ย จะต้องครอบคลุมคุณภาพที่เลือกใช้กับเกษตรอินทรีย์โดยตรง ถ้าหากเลือกใช้ผิดหลักการเกษตรอินทรีย์ อาจมีปัญหาตามมาได้ เนื่องจากไม่ตรงตามหลักเกณฑ์