Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชื่นชมรัฐแก้ปัญหากากถั่วอ้อนต่ออายุนำเข้าทุก 3 ปีวอนขจัดด้านภาษีแข่งเวทีโลก

ชื่นชมรัฐแก้ปัญหากากถั่วอ้อนต่ออายุนำเข้าทุก 3 ปีวอนขจัดด้านภาษีแข่งเวทีโลก

-

เกษตรกรภาคปศุสัตว์ชื่นชมการทำงานรัฐ พิจารณานำเข้ากากถั่วเหลืองทันเวลา ย้ำขอช่วยพิจารณาขจัดอุปสรรคของอุตสาหกรรม ลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ด้วยการยกเลิกภาษีและลดขั้นตอนการทำงาน เช่น ทบทวนการต่ออายุประกาศนำเข้าวัตถุดิบเป็นทุกๆ 3 ปีเช่นเดิม เชื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดโลก และส่งเสริมเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรภาคปศุสัตว์ไทยได้อย่างยั่งยืน

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ กล่าวว่า เกษตรกรและสมาคมฯ ชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหานำเข้ากากถั่วเหลืองได้ทันเวลา และพร้อมให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายการส่งออกสินค้าอาหารของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เพื่อนำเข้าเงินตราต่างประเทศมาสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งในปี 2566 เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไทยมีปริมาณส่งออกมากกว่า 100,000 ตัน และมีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากบราซิลและสหรัฐอเมริกา นับเป็นการขยับตำแหน่งขึ้นจากอันดับที่ 4 ในปี 2565 แสดงให้เห็นศักยภาพการพัฒนาและการแข่งขันของไก่ไทยในเวทีโลก

หากแต่ไทยยังเสียเปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิต เพราะทั้งบราซิลและสหรัฐฯ เป็นแหล่งเพาะปลูกถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของโลกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในสูตรอาหารสัตว์ทำให้อาหารสัตว์มีราคาต่ำกว่าไทยมาก ขณะที่ไทยยังต้องนำเข้าวัตถุดิบทั้งสองชนิด เนื่องจากผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยมีนโยบายกำกับการนำเข้าทั้งกากถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้เงื่อนไของค์การการค้าโลก (WTO) ที่มีทั้งมาตรการภาษีและโควต้าควบคุมการนำเข้า เช่น ภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองในโควต้าเสียภาษี 2% นอกโควตาภาษี 119% ขณะที่การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการกำหนดโควต้าจำนวนนำเข้า 54,700 ตัน ภาษีในโควตา 20% นอกโควตา 73% นอกจากนี้ยังจำกัดการนำเวลานำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน และจำนวนนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนจาก 3 ส่วนของข้าวโพดในประเทศ จึงเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญ ทำให้ไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ยากขึ้น

“อยากขอให้รัฐทบทวนมาตรการต่างๆเหล่านี้ เพื่อช่วยขจัดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไก่เนื้อไทยในตลาดโลกได้ และเชื่อว่าด้วยคุณภาพของไก่ไทยจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ ช่วยสร้างเศรษฐกิจของชาติให้เข้มแข็งมากขึ้นได้ดังเป้าประสงค์ของรัฐบาล” ดร.ฉวีวรรณกล่าว

ด้าน นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นต้นทุนหลักของเกษตรกร รัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือสนับสนุนให้ต้นทุนส่วนนี้ลดลง แต่กลับกลายเป็นว่าบางมาตรการของรัฐยิ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น เป็นอุปสรรคในการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นมาตรการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 หรือ การเก็บภาษีวัตถุดิบนำเข้า อาทิ ภาษีกากถั่วเหลือง 2%, ภาษีกากเบียร์ (DDGS) 9% และภาษีปลาป่น 15% หากรัฐยกเลิกมาตรการเหล่านี้ไปก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรไทยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงและมีเสถียรภาพรายได้ที่มั่นคงขึ้น จึงอยากขอร้องให้รัฐพิจารณาขจัดอุปสรรคเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว

ส่วนผู้แทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ประกาศนำเข้ากากถั่วเหลืองในช่วงสิ้นปี 2566 ที่รัฐอนุมัติก่อนวันสิ้นปีว่าเป็นเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของธุรกิจ ซึ่งต้องชื่นชมรัฐบาลที่สามารถประกาศได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม อยากขอให้รัฐทบทวนคำสั่งการต่ออายุประกาศนำเข้ากากถั่วเหลืองจากปีต่อปี ให้เป็น 3 ปีต่อครั้งเช่นเดิม เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง และควบคุมต้นทุนการผลิตให้แข่งขันได้ ทั้งยังช่วยลดขั้นตอนดำเนินการด้วย./

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...