หน้าแรกข่าวล่าสุดปีหนึ่งได้ชมครั้งเดียว นทท.ต้องไปชมดอกซากุระบานสะพรั่งที่บ้านร่มฟ้าทอง

ปีหนึ่งได้ชมครั้งเดียว นทท.ต้องไปชมดอกซากุระบานสะพรั่งที่บ้านร่มฟ้าทอง

-

ที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 15 (เชียงราย) บ้านร่มฟ้าทอง ม.18 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งมีการปลูกดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือดอกซากุระเมืองไทย ไว้นับหมื่นต้น บนเนื้อที่นับ 100 ไร่ และตอนนี้ดอกซากุระเมืองไทยกำลังเบ่งบานสะพรั่งเต็มพื้นที่แล้ว และคาดว่าจะยังคงสวยงามที่สุดในช่วงอาทิตย์นี้ ก่อนจะเริ่มมีใบขึ้นแซมดอก เนื่องจากช่วงนี้มีฝนหลงฤดูตกลงมา

หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ต.ปอ อ.เวียงแก่น นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถขึ้นไปบนยอดภูชี้ฟ้าเพื่อชมทะเลหมอก ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือดอกซากุระเมืองไทยยอดนิยม เพราะมีมากมายนับหมื่นต้น เมื่อบานพร้อมกันก็จะเป็นสีชมพูเต็มดอย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาชมความงามของดอกไม้ และสำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพมุมสูง รับรองว่ามาที่นี่แล้วไม่ผิดหวัง

นอกจากที่หน่วยต้นน้ำฯ แห่งนี้แล้ว บริเวณใกล้ๆ กัน ก็ยังมีจุดชมดอกซากุระเมืองไทยที่มีความสวยงาม ก็คือที่โรงเรียนบรรพตวิทยา บ้านผาตั้ง ม.14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น ถึงแม้ที่โรงเรียนบรรพตวิทยาจะมีต้นนางพญาเสือโคร่งไม่มากเท่าหน่วยจัดการต้นน้ำฯ แต่ด้วยวิวต้นไม้โค้งเป็นซุ้มดอกไม้สีชมพูบริเวณ 2 ข้างทางขึ้นโรงเรียน ก็เป็นภาพที่ติดตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือนไม่รู้ลืม

นักท่องเที่ยวที่อยากจะมาชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ควรจะมาในช่วงประมาณวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ (20-21 ม.ค. 67) เพราะดอกกำลังเบ่งบานเต็มที่ อากาศก็กำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13-14 องศา หากใครที่มาไม่ทันชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งในปีนี้ ต้องรอชมความงามอีกทีในปีหน้า เพราะปีนี้มีฝนหลงฤดูตกลงมา ซึ่งจะส่งผลให้ใบจะเริ่มขึ้นมาแซมดอกเร็วกว่าที่ควรจะเป็น.

เครดิตภาพ: คุณครู สายันห์ ขิใสยา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...