หน้าแรกรอบรั้วภูธรบรรดาญาติเหยื่อโรงงานพลุระเบิดอัญเชิญวิญญาณกลับบ้านเกิด

บรรดาญาติเหยื่อโรงงานพลุระเบิดอัญเชิญวิญญาณกลับบ้านเกิด

-

บรรดาญาติเหยื่อบึ้มโรงงานพลุระเบิด ทำพิธีเชิญวิญญาณกลับบ้าน ลูกชายบอกแม่กลับมาหา- มาลูบหัว ด้านสามีเจ้าของโรงงาน อุ้มลูกหมา 3 ตัวรอด จากทั้งหมด 11 ตัว

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของ น.ส.น้ำฝน เกิดนอก ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ โรงงานพลุระเบิด พื้นที่หมู่ 3 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ออกประกาศเป็นเขตหวงห้าม ระยะเวลา 7 วัน

ทั้งนี้ทำให้ญาติไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอำนวยความสะดวกโยงสายสิญจน์ ออกมายังพื้นที่ เพื่อให้ญาติสามารถทำพิธีได้ โดยญาติมีการเตรียมรูปภาพผู้เสียชีวิตใส่กรอบรูป พร้อมนำถาดอาหาร ธูปสายสิญจน์ และพระสงฆ์ 1 รูป มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ

ภายหลังทำพิธีเสร็จ ป้าของ น.ส.น้ำฝน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ น.ส.น้ำฝน มารับกลับบ้านแล้ว กลับไปอยู่บ้านเรานะ ตนเป็นป้า ดูแลเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก รักเหมือนลูก โดยก่อนหน้าที่ น.ส.น้ำฝนจะประสบเหตุ ได้เดินทางกลับไปหาแม่ที่บ้าน แต่ไม่ได้มาหา มานอนกับตน แต่รู้ว่ามีการพูดเปรยๆ ว่าอยากลาออก เพราะกลัวว่าพลุจะระเบิดขึ้น แต่ก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้มีสัมผัสพิเศษอะไร

อย่างไรก็ตามหลัง น.ส.น้ำฝน เสียชีวิต เขาได้กลับไปหาแม่และลูกของเขาเมื่อคืน ลูกเขารู้สึกว่ามีคนลูบหัว ทั้งยังบอกว่าให้ตั้งใจเรียนนะ ซึ่งลูกของ น.ส.น้ำฝนตกใจมากลุกขึ้นทันที แล้วบอกกับตนว่าแม่มาหาหนู

หลังเกิดเหตุ ตนจึงลุกขึ้นไปจุดธูป โดยรู้สึกได้ว่าโลงศพเขย่า “ก๊อกแก๊กๆ” ซึ่งส่วนตัว น.ส.น้ำฝน ตอนที่ยังมีชีวิตนั้นเป็นคนขี้เล่น ตนคิดว่าอาจมาหยอกล้อ จึงบอกไปว่าจะมาล้อเล่นอะไร ป้าทำบุญไปให้แล้ว และเรียกให้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว

ต่อมาสามีเจ้าของโรงงาน พร้อมกับลูกสาวและญาติรวม 3 คน ที่เข้ามาพบพนักงาน พฐ. เพื่อร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชม. ขณะเดินทางกลับได้อุ้มลูกสุนัขออกมาทั้งหมด 3 ตัว พร้อมบอกสั้นๆ ว่า “หมาผมเอง มี 11 ตัว เหลือแค่ 3 ตัว”

ขณะนั้นเป็นจังหวะที่ญาติของ 1 ในผู้เสียชีวิต กำลังทำพิธีเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ผู้สื่อข่าวจึงพยายามสอบถามว่า เห็นญาติของผู้เสียชีวิตมาเชิญดวงวิญญาณหรือไม่ อยากบอกอะไรกับญาติหรือไม่ สามีเจ้าของโรงงานจึงเปิดเผยว่า “ตนพูดทุกอย่างกับญาติผู้เสียชีวิตหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรผ่านสื่อฯอีก”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...