หน้าแรกข่าวล่าสุดจุก ท่าพระจันทร์ ชีวิตปาก กัด ตีน ถีบ ขาย “สร้อยเชือกเทียนถัก” ต่างชาติโดนใจ

จุก ท่าพระจันทร์ ชีวิตปาก กัด ตีน ถีบ ขาย “สร้อยเชือกเทียนถัก” ต่างชาติโดนใจ

-

ชีวิตต้องสู้ของหนุ่มจากเมืองกรุง ที่เคยทำงานลูกจ้างหาเช้ากินค่ำ พอมีรายได้จากการถักเชือกเทียน ทำสร้อยคอ สร้อยข้อมือและถักกรอบพระเครื่อง จนมีความเชี่ยวชาญ พัฒนาฝีมือออกแบบทำลวดลาย ขายให้ลูกค้าจนโดนใจ จนเลี้ยงปากท้องได้ บังเอิญจังหวะชีวิตเหมือนโชคช่วย เมื่อช่วงที่กระแสความนิยมวัตถุมงคล “จตุคาม” กำลังได้รับความสนใจจากนักเลงพระและคนทั่วไปที่นิยมกันมากในยุคนั้น

แจ้งเกิด “จุก ท่าพระจันทร์” เป็นที่รู้จักกัน หันมายึดอาชีพถักเชือกเอ็น สร้อยคอมาร่วม 10 ปี ยุคทองที่มีกระแสนิยมองค์พ่อจตุครามฯ ส่งผลให้ตลาดคึกคักมาก ลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ ต่างนิยมหันมาซื้อสร้อยคอที่ผลิตจากเชือกเอ็นแขวนคอกันมาก บางคนเอาพระที่ใส่กรอบมาให้ถักเชือกด้วย จนรับออเดอร์แทบไม่ทัน เนื่องจากช่วงนั้นมีลูกค้าจีน ไต้หวันและฮ่องกง สั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากล็อตละ100 กว่าเส้น เนื่องจากว่าสมัยนั้นลูกค้าที่ซื้อสร้อยไปแขวนคอ บรรดาเพื่อนๆต่างชื่นชอบ แล้วก็มีการบอกต่อกันไปแบบปากต่อปาก ราคาขายกันเส้นละ200-800 กว่าบาท บางคนมาให้ออกแบบให้ทักเป็นตะกรุด ถักกรอบพระ เครื่องรางของขลัง แต่ละแบบขึ้นอยู่กับความยากง่าย ราคาจะแตกแต่งกันไป

ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างประเทศ ทั้งจีนและไต้หวัน ส่วนใหญ่ที่มาเดินหาซื้อวัตถุมงคลแถวย่านท่าพระจันทร์และย่านหลังวัดมหาธาตุ นิยมซื้อสร้อยเชือกกลับไปเป็นของฝาก เมื่อเพื่อนๆเห็นเกิดความชอบในฝีมือทักคนไทย เลยสั่งทำครั้งละ 10 กว่าเส้น ซึ่งมีทั้งขาประจำและขาจร อย่างนักท่องเที่ยวบางคน ซื้อไปขายต่ออีกรอบหนึ่ง จากหลักร้อยพอนำไปขายที่ต่างประเทศสูงกว่าหลายเท่าตัว สำหรับรายได้ในช่วงที่กระแสจตุคามแรงๆมีรายได้ต่อสัปดาห์ราว 2-3หมื่นบาท ปัจจุบันยังขายได้เรื่อยๆ แต่ช่วงหลังนักท่องเที่ยวอาจลดลงบ้าง ยังพอมีรายได้หลักหมื่น เลี้ยงตัวเองได้ ถึงแม้ว่า ราคาวัตถุดิบจากเชือกเอ็นเพิ่มสูงขึ้นจาก145บาทต่อกิโลขึ้นมา165 บาท แต่ราคาสร้อยยังไม่เพิ่ม

ปัจจุบันยังขายที่ทำเลท่าพระจันทร์ ซึ่งมีลูกค้าประจำมากมาย ทั่วประเทศใครจะมาซื้อสร้อยเชือกถัก จะรู้จักชื่อ “จุก ท่าพระจันทร์” งานฝีมือคนไทย  ทำมือ ปาก กัด ตีน ถีบ กว่าจะร้อยสร้อยคอหนึ่งเส้นมีความพยามรังสรรค์ผลิตผลงานศิลปะ จนกลายเป็นเชือกสร้อยคอเชือกถักที่งดงาม สร้างรายได้ดี ขายไอเดียที่น่าสนใจของชิ้นงาน “คนไทย ทำมือ”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...