ใครเป็นคอข้าวมันไก่ หรือข้าวหมกไก่ ถ้าไปย่านมีนบุรีแล้ว พลาดไม่ได้ เพราะร้านนี้เขาเปิดมานานกว่า 50 ปี มีดีกรีเป็นเจ้าตำรับข้าวมันไก่ในยุคแรก ๆ และปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 3 สาขา
คอลัมน์ “คลังสมองสองมือ” มีโอกาสมาได้พูดคุยกับ คุณ “จำรัส สะเล็ม” เจ้าของร้าน “ยีมัดข้าวมันไก่” ถึงการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และมีแนวคิดอย่างไรในอนาคต

“ยีมัด” เล่าว่า ปัจจุบันตนเองก็อายุ 69 ปีแล้ว ดิ้นรนต่อสู้ค้าขายมาตั้งแต่ยังเล็ก รับการถ่ายทอดวิชาความรู้การทำข้าวมันไก่สืบทอดกันมา
เริ่มต้นเปิดขายที่ตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวไทย-มุสลิม มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ด้วยรสชาติและเป็นคนที่มีอัญยาศัยดี จึงมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย ซื้อทานเป็นประจำแทบเป็นอาหารหลักในมื้อเช้าเลยทีเดียวก็ว่าได้
“ยีมัดข้าวมันไก่” เป็นที่รู้จัก และคุ้นเคยกับลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยชื่อเสียงและรสชาติ แม้เชลล์ไม่เคยมาชิม แต่ลูกค้าก็ต่อแถวกันยาวเหยียด
จุดเด่นข้าวหมกและข้าวมันไก่ยีมัด มีความหอมของกลิ่นเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีน้ำซุปที่กลมกล่อม จึงไม่แปลกที่ก้าวมาถึงจุดนี้

จากความสำเร็จดังกล่าว จึงให้ลูกหลาน สานต่อวิชาทำมากิน ที่ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก ด้วยการเปิดสาขา 2 ภายใต้ชื่อ “มูชาข้าวมันไก่” อยู่ข้างเมกาโฮม ย่านมีนบุรี ตามด้วยสาขา 3 ที่ตลาดทุ่งครุ ภายใต้ชื่อ “ฟาฮัด ข้าวมันไก่“ ปัจจุบันทั้งสองสาขา ต่างประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับสาขาแรก มีลูกค้าประจำเนืองแน่นทุกวัน
จากความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหาร “ยีมัด” จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชุมชนที่ตนเองและครอบครัวอาศัยอยู่ ที่ผ่านมาถ้ามีงานอะไรก็เข้าไปช่วยทุก ๆ เรื่อง จนปัจจุบันเป็นผู้นำชุมชนย่านหนองจอก
และเมื่อปี 2561 ได้มารู้จักกับผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ทรัพย์ยั่งยืน เอนเตอร์ไพร์ซ จำกัด จากการที่เคยเข้ามาช่วยเหลือชุมชนที่ตนเองพักอาศัยอยู่สม่ำเสมอ มีกิจกรรมอะไรก็ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด
จนกระทั่งมีการก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นเมื่อ 2-3 ปี จึงเข้าร่วมธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะเห็นว่านโยบายของบริษัทฯ มีความชัดเจนในการช่วยเหลือชุมชน และสินค้าที่บริษัทฯ ผลิตออกสู่ตลาด ก็ล้วนเป็นสินค้าที่เราซื้อกินซื้อใช้ประจำอยู่แล้ว เช่นกาแฟ น้ำยาสระผม ครีมอาบน้ำ หรือแม้แต่ข้าวสาร และในอนาคตจะมีสินค้าอื่น ๆ ที่จะทยอยออกมาอีกหลายตัว

“ผมนำสินค้าเข้าสู่ชุมชน ช่วงแรก ๆ ก็จะแนะนำ 2 ชุมชน คือ ชุมชนอีซาฮัด กับ อีซาฮัดพัฒนา ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 500 ครัวเรือน รวมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ทุกวันศุกร์เราก็จะมีสินค้ามาแนะนำ เราไม่ได้มีการโฆษณา ถ้าผู้บริโภคซื้อกินซื้อใช้แล้วดีต่อสุขภาพและมีประโยชน์ต่อชุมชนเขาก็จะแนะนำบอกต่อกันเอง”
วันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นจากชุมชนเล็ก ๆ แต่ก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะนำกลับมาพัฒนาชุมชนที่เราอาศัยอยู่นั่นเอง “ยีมัด” กล่าวในตอนท้าย








