Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคนรากหญ้ามั่นใจสาโทพื้นบ้านกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเติบโตยั่งยืนมั่นคง

คนรากหญ้ามั่นใจสาโทพื้นบ้านกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเติบโตยั่งยืนมั่นคง

-

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบลดภาษีไวน์ สุราพื้นบ้าน และกิจการบันเทิง เพื่อส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มสุราแช่ชนิดต่างๆ จากเดิมจัดเก็บภาษีอัตราตามมูลค่าร้อยละ 10 และอัตราตามปริมาณ 150 บาท ต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ให้กำหนดอัตราภาษีโดยจำแนกพิกัดอัตราภาษีประเภทย่อย เช่น อุ กระแช่ สาโท สุราแช่พื้นบ้านอื่น และสุราแช่ที่ใช้วัตถุดิบเป็นข้าวที่มีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 7 ดีกรี

ทั้งนี้กำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าร้อยละ 0 และอัตราตามปริมาณ 150 บาท ต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์, สุราแช่ ที่มีการผสมสุรากลั่นและมีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 7 ดีกรี โดยกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าร้อยละ 10 และอัตราภาษีตามปริมาณ 255 บาท ต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ และสุราแช่อื่นๆ โดยกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าร้อยละ 10 และอัตราภาษีตามปริมาณ 150 บาท ต่อปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์นั้น

จากนโยบายดังกล่าว“กรฉัตรชัย นาสมใจ” อายุ 27 ปี เกษตรกรจ.ในเมือง อ.คง จ.นครราชสีมา บอกว่า ถ้ากฎหมายนี้ออกมา จะเป็นการส่งเสริมให้มีการคิดค้นเหล้าสาโทรสชาติใหม่ๆ ขึ้นมา วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับรากหญ้าแล้ว ยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตของชาวอีสานไว้ได้ และยังเป็นซอล์ฟพาวเวอร์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

กรฉัตรชัย บอกต่อว่า ปัจจุนบันกำลังทดลองนำข้าวเหนียวที่ปลูกเองจากพื้นที่ อ.คง มาหมักทำเหล้าสาโท ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับสูตรเหล้าสาโท ให้ได้รสชาดแบบเหล้าสาโทพื้นบ้านดั้งเดิม เพื่อเตรียมที่จะนำไปเสนอขอจดทะเบียนตั้งโรงงานผลิตเหล้าสาโท วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ในอนาคต

“มติ ครม.ที่ออกมานี้ ถือว่าเป็นผลดีต่อชาวบ้านที่อยากจะผลิตสุราแช่ หรือเหล้าสาโทมาก เพราะลดการจัดเก็บภาษีเหลือร้อยละ 0 แล้วมาเก็บตามปริมาณลิตรของแอลกอฮอล์แทน ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านสามารถทำเหล้าสาโทออกมาขายได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลงมาก”กรฉัตรชัย ระบุ

อย่างไรก็ตามก็ต้องรู้เรื่องของรายละเอียดในการขอจดทะเบียนเปิดโรงงานทำเหล้าสาโท ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย หากสามารถทำให้การผลิตเหล้าสาโท แพร่หลายไปทั่วประเทศได้ ก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าได้เป็นอย่างดี เพราะเหล่าสาโท เป็นสุราพื้นบ้านที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่โบราณ ทำจากข้าวเหนียวที่ปลูกเอง โดยเฉพาะช่วงเกี่ยวข้าว ซึ่งในอดีตชาวอีสาน มักจะมีการลงแขกเกี่ยวข้าวกัน ก่อนที่จะถึงฤดูเกี่ยวข้าว เจ้าของนาก็จะหมักเหล้าสาโทไว้ เพื่อให้คนที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวได้ดื่มกินหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ

เหล้าสาโทจึงถือว่าเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวอีสาน เพียงแต่ไม่สามารถนำมาวางขายได้ จึงทำให้หาดื่มเหล้าสาโทได้ยาก แต่หลังจากนี้ไปการหมักเหล้าสาโท ดื่มเอง ไม่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเติบโตแข็งแกร่งยั่งยืนแล้วยังจะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและวิถีชีวิตดีขึ้นตามลำดับ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...