นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หนักสุดในรอบ 50 ปี โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำกับดูแลให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่ายในปริมาณที่เพียงพอ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า กรมได้หารือกับผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ และห้างจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อติดตามสถานการณ์

อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า แต่ละห้างยืนยันว่าสินค้ามีเพียงพอและไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยสาขาใหญ่ของแต่ละห้างในพื้นที่น้ำท่วมยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ มีเพียงสาขาเล็กและร้านสะดวกซื้อบางแห่งใน จ.นราธิวาส ต้องปิดทำการเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากปัญหากระแสไฟฟ้า สำหรับการขนส่งยังคงดำเนินการได้โดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ แต่ได้กำชับให้ทุกห้างร้านจัดเตรียมสต๊อกสินค้าไว้ให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดแคลน และหากมีปัญหาด้านปริมาณสินค้าหรือการขนส่งให้รีบแจ้งกรมเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ทั้งนี้ 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสเริ่มขาดน้ำและอาหาร
“จะร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำกับดูแลให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาสินค้า และเข้มงวดไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรม โทร. 1569 หรือทางแอปลิเคชันไลน์ @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด” นายวัฒนศักย์กล่าว

ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส รายงานว่า จ.นราธิวาส เกิดอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ 77 ตำบล 497 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ผู้ได้รับผลกระทบ 41,442 ครัวเรือน 158,126 คน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระดับน้ำที่จะเอ่อล้นตลิ่งต่อเนื่อง รวมถึงลุ่มน้ำบางนรา ลุ่มน้ำโก-ลก และลุ่มน้ำสายบุรี ขณะนี้ระดับน้ำยังเพิ่มสูง








