Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวนราฯแห่ใช้สิทธิ์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แน่นร้านค้าต่อคิวสแกนเป๋าตังตั้งแต่เช้ามืด

ชาวนราฯแห่ใช้สิทธิ์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แน่นร้านค้าต่อคิวสแกนเป๋าตังตั้งแต่เช้ามืด

-

นราธิวาสคึกคักตั้งแต่เช้าแห่ใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังรัฐบาลเริ่มเปิดระบบให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการหลายแห่งพบประชาชนต่อคิวรอสแกนชำระเงินผ่าน G-Wallet กันอย่างคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการต่างติดป้ายประชาสัมพันธ์เข้าร่วมโครงการไว้อย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้สิทธิ์ ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคักกว่าปกติ

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13.18 ล้านคน จากเดิมได้รับการสนับสนุน 300 บาทต่อเดือน เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2569

ประชาชนชาวนราธิวาสที่ออกมาใช้สิทธิ์รายหนึ่ง เปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่า โครงการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง พร้อมอยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง และขอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมสามารถรับสิทธิ์ต่อเนื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพื่อลดความยุ่งยากในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดให้ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าและบริการที่กำหนดในสัดส่วนร้อยละ 60 วงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้ การเริ่มต้นโครงการในวันแรกที่ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ และยังเป็นสัญญาณบวกต่อการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับชุมชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของโครงการ

ข่าว/ภาพ : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...