หน้าแรกข่าวล่าสุดพ่วง 18 ล้อพุ่งทะลุตึก 4 ชั้นร้านส้มตำพังยับเจ็บ 2 คาดคนขับหลับใน

พ่วง 18 ล้อพุ่งทะลุตึก 4 ชั้นร้านส้มตำพังยับเจ็บ 2 คาดคนขับหลับใน

-

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.สิทธาวัชร์ ชวกรเธียรรัตน์ สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบางละมุง รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อพุ่งชนอาคารพาณิชย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนคู่ขนานทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) บ้านนาวัง หลักกิโลเมตรที่ 112+600-700 หมู่ 4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น จำนวน 7 คูหา สภาพด้านหน้าพังยับเยิน เสาปูนคานกลางแตกร้าวอย่างเห็นได้ชัด กลางซากกำแพงถล่มพบรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 75-6354 ชลบุรี ส่วนหัวรถพุ่งทะลุกำแพงเข้าไปภายในตัวอาคาร สภาพพังเสียหายหนัก เศษอิฐปูนและกระจกแตกกระจายทั่วบริเวณ

แรงอัดจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ยังกวาดเอาทรัพย์สินภายในอาคารเสียหาย ทั้งรถจักรยานยนต์และรถเก๋งที่จอดอยู่ถูกกำแพงถล่มทับพังยับ ขณะที่ร้านส้มตำและร้านไก่ย่างวิเชียรบุรีซึ่งตั้งอยู่ด้านข้าง ถูกแรงกระแทกจนข้าวของอุปกรณ์ค้าขายกระจัดกระจาย เตาย่างไก่และโต๊ะเก้าอี้เสียหายเกือบทั้งหมด

เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำส่ง โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคือ นายจิตร์ติ หงษ์ดี อายุ 45 ปี คนขับรถพ่วง และ น.ส.เล็ก พานกลาง อายุ 53 ปี แม่ค้าส้มตำ ทั้งสองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและอยู่ในอาการปลอดภัย

นายวิทยา ใจเที่ยง อายุ 58 ปี เจ้าของร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี เล่าว่า ขณะกำลังก่อเตาย่างไก่เตรียมเปิดร้าน จู่ ๆ ได้ยินเสียงดังสนั่นก่อนรถพ่วงจะพุ่งเข้าชนอาคารอย่างจัง ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ภรรยาของตนที่ยืนเตรียมวัตถุดิบอยู่ถูกแรงกระแทกจนล้มลงกองกับพื้น ท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนในละแวกนั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก เสาปูนและคานกลางมีรอยร้าวหลายจุด หวั่นเสี่ยงทรุดตัว จึงเร่งกันพื้นที่เป็นเขตอันตราย พร้อมอพยพผู้พักอาศัยออกจากอาคารชั่วคราว เพื่อรอวิศวกรจากจังหวัดชลบุรีเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านพนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าคนขับอาจเกิดอาการหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนอาคาร อย่างไรก็ตาม จะเรียกตัวคนขับเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและสภาพรถ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก และกลายเป็นอีกอุทาหรณ์เตือนใจถึงอันตรายจากการขับขี่รถบรรทุกขนาดใหญ่บนเส้นทางสายหลัก ที่อาจนำมาซึ่งความสูญเสียได้ทุกเมื่อ หากประมาทเพียงเสี้ยววินาทีเดียว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...