หน้าแรกข่าวล่าสุดเปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ กข24–กข26 ดัน “นาคาร์บอนต่ำ” สร้างรายได้ยั่งยืน

เปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ กข24–กข26 ดัน “นาคาร์บอนต่ำ” สร้างรายได้ยั่งยืน

-

ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ร่วมกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ณ จังหวัดน่าน เปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ กข24 และ กข26 พร้อมชูนวัตกรรมทำนาคาร์บอนต่ำ ลดก๊าซเรือนกระจก เพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

นางสาวเปรมฤดี ปินทยา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ได้มอบหมายให้นางเฉลิมขวัญ เกตุมณี นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ออกหน่วย “คลินิกข้าว” ตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2/2569 เพื่อให้บริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเปิดตัวพันธุ์ข้าวเหนียวออกใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง ได้แก่ พันธุ์กข24 และกข26 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากเกษตรกรกว่า 90 รายที่เข้ามาขอรับคำปรึกษา นอกจากเรื่องสายพันธุ์ข้าวแล้ว ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ยังได้ผลักดันแนวทางการทำนาคาร์บอนต่ำเพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซมีเทน ด้วยวิธีการจัดการแปลงนาเชิงรุก เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเพื่อลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น และการรณรงค์งดเผาฟางข้าว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าวให้มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นผล

นอกจากการให้คำปรึกษาด้านการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าวแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการสาธิตการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านภูมิปัญญาพื้นบ้าน ด้วยการแปรรูปข้าวเหนียวเป็น “สาโท” ซึ่งเป็นเทคนิคการถนอมอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาข้าวเหนียวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรในชุมชน

อีกทั้งยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในงานบุญประเพณีที่สำคัญของชาวอำเภอสันติสุข การออกหน่วยในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการแปรรูปเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...