หน้าแรกข่าวล่าสุด“ประจิมพยัคฆ์”เสริมเขี้ยวเล็บชายแดนไทย-เมียนมา ลั่นรักษาอธิปไตยพร้อมตอบโต้อริราชศัตรู

“ประจิมพยัคฆ์”เสริมเขี้ยวเล็บชายแดนไทย-เมียนมา ลั่นรักษาอธิปไตยพร้อมตอบโต้อริราชศัตรู

-

ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก (อ.แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง- และ อ.อุ้มผาง)  ส่งกำลังพลพร้อมอาวุธ ตรึงกำลังแนวชายแดน ภายหลังเกิด ปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา  ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มักส่งผลให้มีกระสุนปืนหรือลูกปืนใหญ่ตกข้ามมายังฝั่งไทย (กระสุนล้ำแดน) เป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงและชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่โดยตรง

โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาสามารถแบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก ทั้งในระดับการทหาร การเดินทางการเมือง/การทูต การจัดการภัยพิบัติ และความร่วมมือระดับท้องถิ่น

1. มาตรการทางทหารและการป้องกันชายแดน
– ยิงควันเตือน (Warning Smoke/Shots) : หากพบว่ามีกระสุนจากฝั่งเมียนมาตกเข้ามาในเขตไทย กองกำลังนเรศวรจะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement – ROE) โดยการยิงกระสุนควันเตือนไปยังจุดกำเนิดเสียงหรือฝ่ายที่ยิงตกเข้ามาทันที เพื่อให้ทราบว่ากระสุนล้ำเข้ามาในอธิปไตยของไทย
– ยิงตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย : หากกระสุนที่ตกเข้ามามีลักษณะเจตนา หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย กองทัพสามารถใช้มาตรการยิงตอบโต้ตามระดับความเหมาะสมเพื่อกดดันให้ยิงหยุดการยิง
– ตรึงกำลังและเพิ่มการลาดตระเวน : เพิ่มจุดตรวจ ลาดตระเวนทางบก ทางน้ำ (แม่น้ำเมย) และลาดตระเวนทางอากาศด้วยโดรนหรืออากาศยาน เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์

2. มาตรการทางการทูตและการประสานงานระหว่างประเทศ
– ช่องทาง TBC/RBC : ใช้คณะกรรมการชายแดนท้องถิ่น (Township Border Committee – TBC) และคณะกรรมการชายแดนร่วม (Regional Border Committee – RBC) ประสานงานตรงไปยังกองทัพเมียนมาทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งเตือนและเรียกร้องให้หยุดยิงในทิศทางที่ส่งผลกระทบต่อฝั่งไทย
– การส่งหนังสือประท้วง (Diplomatic Protest) : กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพจะยื่นหนังสือประท้วงเป็นทางการผ่านช่องทางการทูต เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และเน้นย้ำเรื่องการรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน
– การประเมินสถานการณ์ร่วมกับต่างประเทศ : ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งของชนกลุ่มน้อยกับทางการเมียนมาเพื่อวางแผนป้องกันล่วงหน้า

3. การคุ้มครองและเยียวยาประชาชนในพื้นที่
– การซ้อมแผนอพยพ : จัดทำแผนและฝึกซ้อมแผนอพยพประชาชนไปยัง “ศูนย์พักพิงชั่วคราว” ในพื้นที่ปลอดภัยทันทีเมื่อมีการปะทะหนาแน่น
– การจัดทำหลุมหลบภัย (Bunkers) : สร้างและปรับปรุงหลุมหลบภัยชุมชน โรงเรียน และหลุมหลบภัยประจำบ้านเรือนที่อยู่ใกล้จุดเสี่ยงตามแนวแม่น้ำ
– การชดเชยความเสียหาย : จัดตั้งกองทุนหรือกลไกชดเชยค่าเสียหายอย่างเร่งด่วนสำหรับบ้านเรือน ทรัพย์สิน หรือพืชผลทางการเกษตรของประชาชนไทยที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนล้ำแดน

4. การบริหารจัดการผู้หนีภัยจากการสู้รบ (มนุษยธรรม)
– คัดกรองตามหลักมนุษยธรรม : จัดพื้นที่ปลอดภัยรองรับชาวเมียนมาที่หนีภัยความสู้รบเข้ามายังฝั่งไทย โดยควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด และตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธอย่างเข้มงวด
– สำหรับ การส่งกลับเมื่อปลอดภัย : เมื่อการสู้รบยุติลงและสถานการณ์คลี่คลาย จะทำการประสานส่งผู้หนีภัยความสู้รบกลับประเทศด้วยความสมัครใจ

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...