หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมศาสนา ชวนสืบสาน "ปราสาทผึ้ง" ศรัทธางานบุญ ร่วมรักษ์ประเพณีไทย

กรมศาสนา ชวนสืบสาน “ปราสาทผึ้ง” ศรัทธางานบุญ ร่วมรักษ์ประเพณีไทย

-

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับวัดปทุมวนาราม  สำนักงานเขตปทุมวัน จัดกิจกรรม “ประเพณีถวายปราสาทผึ้งเพื่อเป็นพุทธบูชา ประจำปี พ.ศ. 2569” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันงดงามของชาวอีสาน–ล้านช้าง ในเทศกาลออกพรรษา และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่ หลวงพ่อพระเสริม พระแสน และพระสายน์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง   

โดยได้รับความเมตตาจาก  สมเด็จพระญาณวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย  ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ผู้บริหารกรมการศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  ณ วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย พิธีถวายต้นผึ้ง มาลัยดอกผึ้ง และขันหมากเบ็ง เพื่อเป็นพุทธบูชา การแสดงดนตรีและมหรสพ การจัดริ้วขบวนและขบวนแห่ปราสาทผึ้งจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไปยังวัดปทุมวนาราม จากนั้นแห่ปราสาทผึ้งเวียนรอบพระอุโบสถ พระเจดีย์ พระวิหาร และโพธิ์พระ จำนวน 3 รอบ ก่อนเข้าสู่พระวิหาร พร้อมประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายสักการะแด่เจ้าอาวาส กล่าวคำถวายปราสาทผึ้งและประกอบพิธีถวายปราสาทผึ้ง โดยมีพระสงฆ์ร่วมอนุโมทนาและเจริญพระพุทธมนต์ ปิดท้ายด้วยการแสดงมหรสพ ณ เวทีกลางบริเวณหน้าลานวัดปทุมวนาราม

ทั้งนี้ สมเด็จพระญาณวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ได้กล่าวสัมโมทนียกถา อนุโมทนาการจัดกิจกรรมอันเป็นมงคลนี้ ว่าเป็นการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทย พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความกตัญญู ความสามัคคี และการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไป

กรมการศาสนามุ่งมั่นส่งเสริมและขับเคลื่อนกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหล่อหลอมความศรัทธาและคุณธรรมในจิตใจของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณีและวิถีวัฒนธรรมไทย เพื่อธำรงไว้ซึ่งคุณค่าและอัตลักษณ์ของความเป็นไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...