หน้าแรกข่าวล่าสุดปลุกศก.ฐานราก!มหกรรมล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ประมงพื้นบ้านเฮลั่นฟันรายได้กระฉูด

ปลุกศก.ฐานราก!มหกรรมล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ประมงพื้นบ้านเฮลั่นฟันรายได้กระฉูด

-

เขื่อนแก่งกระจานเปิดฉากเทศกาลล่าปลาบึกประจำปี 2569 คุมเข้มกฎเหล็กปล่อยลูกปลาคืนร้อยตัวแลกหนึ่งตัว ประเดิมวันแรกกวาดเก้าตัวยักษ์มูลค่าทะลุแสนห้า

บรรยากาศสุดคึกคักริมเขื่อนแก่งกระจาน นายเอกชัย เตชะวันโต หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี) เปิดเผยถึงการเปิดฉากมหกรรมสำคัญประจำปีร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี และกลุ่มผู้ทำการประมงปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน โดยจัดพิธีเปิดทำการประมงปลาบึกประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 นี้

สำหรับ “เทศกาลจับปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน” ถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น โดยในปีนี้ทางหน่วยงานและชาวประมงในพื้นที่จะเน้นย้ำมาตรการรักษาระบบนิเวศอย่างเข้มงวด มีการจัดประชาคมและลงทะเบียนการจับภายใต้กติกาเหล็กที่ไม่อนุญาตให้ฝ่าฝืนเด็ดขาด ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

  • สิทธิ์เฉพาะตัว: อนุญาตเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านที่ถือครองและลงทะเบียนบัตร ทบ 3 เท่านั้น
  • เงื่อนไขอนุรักษ์: ต้องปล่อยลูกปลาบึกคืนสู่ธรรมชาติ 100 ตัว ต่อปลาบึกที่จับได้ 1 ตัว
  • จำกัดโควตา: กำหนดโควต้าจำกัดยอดปลาบึกที่จับได้รวมทั้งหมดไม่เกิน 50 ตัว
  • ควบคุมเครื่องมือ: บังคับต้องใช้เครื่องมืออวนขนาดใหญ่พิเศษ (ตั้งแต่ 50 เซนติเมตรขึ้นไป) เท่านั้น
  • ปันรายได้สู่สังคม: รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายปลาจะถูกจัดสรรเข้ากองทุนประมง เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น สนับสนุนบ้าน วัด และโรงเรียนในพื้นที่

รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เพียงแค่ประเดิมวันแรกของฤดูกาล (15 ตุลาคม 2569) เหล่าชาวประมงพื้นบ้านก็สามารถสร้างฮือฮาด้วยการลากอวนขึ้นมาพบปลาบึกยักษ์รวมทั้งหมด 9 ตัว น้ำหนักรวมกันพุ่งสูงถึง 1,064 กิโลกรัม โดยพบปลาที่มีขนาดน้ำหนักน้อยที่สุดอยู่ที่ 57 กิโลกรัม และตัวที่ใหญ่ที่สุดพุ่งทะยานถึง 178 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวมในวันแรกสูงถึง 149,335 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนน้ำเขื่อนแก่งกระจานภายใต้การบริหารจัดการและอนุรักษ์ร่วมกันอย่างยั่งยืนของคนในท้องถิ่น

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...