“รมว.ซาบีดา” ผนึกกำลัง 33 หน่วยงาน ขับเคลื่อนลอยกระทง 2569 ชู “ลอยกระทง ไท ไทย สืบสานคุณค่า สู่คนรุ่นใหม่” ครบ 4 มิติ 14 แนวทาง มุ่งสืบสานวัฒนธรรมไทยเชื่อมอนาคต

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2569 โดยมีนายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์การประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลัง 33 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ หน่วยงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว สาธารณสุข ความปลอดภัย การคมนาคม และสิ่งแวดล้อม ร่วมบูรณาการแนวทางจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2569 เพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมและสืบสานคุณค่าอันดีงามของประเพณีไทย พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อให้สามารถร่วมเทศกาลได้อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ในปีพุทธศักราช 2569 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมและสืบสานประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทย ให้คงอยู่และได้รับการถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับให้เป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสาระ คุณค่าความเชื่อ และอัตลักษณ์ของประเพณีในแต่ละท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนากิจกรรมให้ร่วมสมัย สร้างสรรค์ และสอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “Cultural Nexus วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต เชื่อมโยงพลังวัฒนธรรม สร้างโอกาสให้คนไทย” ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม เปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน มีส่วนร่วมในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนพัฒนาประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนและชุมชน

สำหรับปีนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกำหนดแนวคิดการจัดงาน “ลอยกระทง ไท ไทย สืบสานคุณค่า สู่คนรุ่นใหม่” มุ่งถ่ายทอดคุณค่าของประเพณีสู่คนทุกช่วงวัย สร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม ต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการลดผลกระทบด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมติดตามและประเมินผลให้สะท้อนถึงประโยชน์ที่ประชาชนและชุมชนได้รับอย่างชัดเจน

นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ ทั้ง 33 หน่วยงานได้ร่วมกำหนดแนวทางการจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2569 จำนวน 4 มิติ 14 แนวทาง ดังนี้
1. มิติด้านวัฒนธรรม: สืบสานคุณค่า รักษาอัตลักษณ์ ส่งต่อประเพณีไทยสู่คนรุ่นใหม่
แนวทางที่ 1 ร่วมเรียนรู้และสืบสานคุณค่าประเพณีลอยกระทง
แนวทางที่ 2 แต่งไทยไปลอยกระทง
แนวทางที่ 3 รักษาประเพณีดั้งเดิม สืบสานวิถีท้องถิ่น
แนวทางที่ 4 แชร์เรื่องราวลอยกระทงไทยสู่สายตาชาวโลก

2. มิติด้านสังคม: ลอยกระทงอย่างปลอดภัย สร้างความสุขให้ทุกคน
แนวทางที่ 5 ร่วมรักษากฎจราจร เดินทางปลอดภัย
แนวทางที่ 6 ดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคระหว่างร่วมงาน
แนวทางที่ 7 ตรวจสอบความพร้อมของรถและเรือโดยสาร
แนวทางที่ 8 งดกิจกรรมเสี่ยงอันตราย ป้องกันอุบัติเหตุ
3. มิติด้านเศรษฐกิจ: ต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน
แนวทางที่ 9 สร้างสรรค์กิจกรรมลอยกระทง เพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจ
แนวทางที่ 10 อุดหนุนสินค้าชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
แนวทางที่ 11 เที่ยวงานลอยกระทง สัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่น

4. มิติด้านสิ่งแวดล้อม: ลอยกระทงรักษ์โลก ลดขยะ รักษาสายน้ำ
แนวทางที่ 12 เลือกใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ
แนวทางที่ 13 ร่วมรักษาความสะอาด ลดขยะจากงานลอยกระทง
แนวทางที่ 14 หนึ่งครอบครัว หนึ่งกระทง ลดขยะ รักษ์สิ่งแวดล้อม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทงทั้งในพื้นที่ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร วันที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และวันที่ 23 พฤศจิกายน 2569 ณ ถนนทรงวาด เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ วัย Gen Z ได้ร่วมลอยกระทงดิจิทัล ใช้นวัตกรรมใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการจัดงานในพื้นที่เมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสืบสานคุณค่าประเพณีท้องถิ่นและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะจัดงานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2569 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ณ ศาลาไทย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีไทย นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังเดินหน้าผลักดัน “ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย” เข้าสู่กระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก พร้อมเชิญชวนหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมเผยแพร่สื่อองค์ความรู้ อาทิ หนังสือประเพณีลอยกระทง เพลงลอยกระทง 6 ภาษา ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ เสื้อพระราชทาน 3 แบบ เพื่อร่วมส่งต่อคุณค่าความเป็นไทยสู่คนรุ่นใหม่และสายตาชาวโลกอย่างยั่งยืน
ในตอนท้าย นางสาวซาบีดา ฝากถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า “ลอยกระทงปีนี้ ไม่ใช่เพียงการสืบสานประเพณี แต่เป็นการส่งต่อคุณค่าความเป็นไทย ให้คนรุ่นใหม่ร่วมสร้างสรรค์อนาคตของวัฒนธรรมไทย ขอเชิญชวนทุกคนร่วมเตรียมความพร้อมและเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทง 2569 ให้เป็นเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจ สร้างความประทับใจแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมร่วมรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

🔹 ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทงได้ที่เว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม www.culture.go.th หรือ Facebook กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
🔸 33 หน่วยงานบูรณาการ: กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการศาสนา กรมศิลปากร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมโรค กรมประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง กรมสารนิเทศ กรมการท่องเที่ยว

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักวัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว สำนักการระบายน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย สำนักสิ่งแวดล้อม (สังกัดกรุงเทพมหานคร) สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และมูลนิธิเมาไม่ขับ








