หน้าแรก ข่าวล่าสุด “กรมตรวจบัญชีสหกรณ์” คิดใหม่ มอบอาวุธเทคโนโลยีการทำบัญชี สะท้อนความโปร่งใสสู่ความยั่งยืน

“กรมตรวจบัญชีสหกรณ์” คิดใหม่ มอบอาวุธเทคโนโลยีการทำบัญชี สะท้อนความโปร่งใสสู่ความยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะสื่อมวลชนสัญจร ลงพื้นที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10 เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จด้านการเงินและบัญชีภาคสหกรณ์ไทยที่ประสบผลสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการบริหารจัดการ สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร

การลงพื้นที่ครั้งนี้ วุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และทีมผู้บริหาร  ได้นำไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์ประมงแม่กลอง ซึ่งเป็นหนึ่งสหกรณ์ฯขนาดใหญ่มากที่สุดที่มีทุนดำเนินงาน 159.63 ล้านบาท และมีปริมาณธุรกิจรวม 88.10 ล้านบาท ประกอบด้วย ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจให้บริการตลาดปลา และการรับฝากเงิน) ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้มีความโดดเด่น ด้วยการนำระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีมาใช้แบบครบวงจร

รวมถึง ได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกใช้แอปพลิเคชั่นระบบ SMART 4M (Smart Member และ Smart Manage) เพื่อดูข้อมูลส่วนตัวและการบันทึกบัญชีรับจ่าย โดยปัจจุบันมีสมาชิกใช้งานคิดเป็นร้อยละ 63.83 จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการนี้ ส่งผลให้สหกรณ์ได้รับรางวัลสหกรณ์ประมงดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลสหกรณ์ต้นแบบระดับภูมิภาค ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลทางการเงินปี 2569

จากความสำเร็จสหกรณ์ประมงแม่กลอง ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีฯมาใช้การจัดการเรื่องการเงิน ยังยึดแบบระบบเก่าๆ ในเรื่องการทำบัญชี ที่ยังใช้เอกสาร ใบเสร็จมากมาย การทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้ระบบการทำงานล่าช้า เนื่องจากธุรกิจการประมงนั้น  มีหลายสายงานในเรื่องการจัดการบริหารธุรกิจ ที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำและโปร่งใส บางครั้งใช้เวลานาน 5 เดือน แต่พอมีเทคโนโลยีกรมตรวจบัญชีฯมาใช้สามารถร่อนระยะเวลาเหลือแค่ 2 เดือน สามารถตรวจระบบสมาชิกได้เร็วขึ้น และยังทำงานเป็นทีมได้คล่องตัว ที่น่าสนใจสามารถปิดงบได้ในระยะเวลาแค่ 12 วัน

โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส  ทำให้ “รู้เขา รู้เรา” ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบการทำงานสูง ทำให้สหกรณ์ประมงแม่กลองเป็นที่ยอมรับกันในการยึดหลักธรรมมาภิบาลในการจัดการบริหารงานในองค์กร ซึ่งอีก3 ปีข้างหน้า จะให้บุคลากร และสมาชิกมีอยู่ 238 คน ได้หันมาเรียนรู้ใช้เทคโนโลยีให้เข้มแข็งต่อไป

ต่อจากนั้น ทางคณะเดินทางต่อไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในด้านสินเชื่อและการรับฝากเงิน  มีปริมาณธุรกิจโดยรวม 35.17 ล้านบาท และมีทุนดำเนินงาน 542.94 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้ เน้นหลักการทำงาน “โปร่งใส ใส่ใจสมาชิก เพื่อพัฒนาสู่อนาคต”

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ประสบความสำเร็จในการใช้โปรแกรมระบบบัญชีที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกระบบ จุดเด่นที่น่าสนใจคือ สมาชิกของสหกรณ์มีความตื่นตัวในการใช้เทคโนโลยีทางการเงินอย่างมาก โดยมีการใช้แอฟพลิเคชั่น Smart Member สูงร้อยละ 85.19 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสมาชิกและบริหารงานที่โปร่งใส่ ตรวจสอบได้

ที่น่าสนใจมาก ได้โอกาสเดินทางไปยัง ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านสารภี ต.จอมปลวก อ.บางคนที โดยมีคุณลุงสุชล สุขเกษม ครูบัญชีต้นแบบและปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน วัย 65 ปี ที่ประสบผลสำเร็จคว้ารางวัลต่างๆระดับประเทศมากมาย จากองค์กรภาครัฐ และหน่วยงานต่างๆ

คุณลุงสุชล หนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรไทยที่ประสบผลสำเร็จ จากแนวคิด “จากศาสตร์พระราชา  1ไร่ ได้ 2 แสน” โดยนำแนวคิดในการจดบันทึกข้อมูลทางบัญชีมาวิเคราะห์และวางแผนการปลูกพืชหมุนเวียนผสมผสานกับการทำปศุสัตว์ อาทิ การเลี้ยงไก่ในตะกร้า ซึ่งเป็นไอเดียดีมาก โดยนำไก่ไข่และนกกระทามาเลี้ยงในพื้นที่ตะกร้าขนาดเล็กแทนเล้าไก่ ซึ่งง่ายต่อการดูแลให้อาหารและการเก็บไข่ในพื้นที่จำกัด สามารถนำไข่ไก่ไปจำหน่าย ผลิตไข่เค็มสมุนไพรหลากหลายรสชาติ อาทิกลิ่นใบกัญชา เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ทำรายได้หมุนเวียนที่คล่องตัว

จุดแข็งอีกเรื่องหนึ่ง คุณลุงสุชล ยังเป็นการนำเสนอแนวคิดเพื่อให้เกิดการพัฒนาแอปพลิเคชั่น Smart Me Plus ของกรมตรวจฯมาใช้บันทึกข้อมูลทางบัญชีด้วยเสียง เพื่อที่ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรผู้สูงอายุ และยังส่งเสริมเกษตรร่วมกันสร้างงาน สร้างอาชีพ แปรรูปพืชผลทางการเกษตร ทำอาหาร ขนม ขายให้กับนักท่องเที่ยมมาชมสวนเกษตร และยังมีที่พักในสวนผลไม้ “โอมสเตย์” บริการในท่องถิ่น จึงทำให้บ้านสารภี เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว อยากเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติแบบบ้านๆ

ด้วยผลงานโดดเด่น ทำให้คุณลุงสุชล ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ เกษตรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มรองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2568 และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จ.สมุทรสงคราม ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ มีฐานการเรียนรู้ 80 ฐาน และมีผู้ศึกษามาดูงานแล้วกว่า 5,000 คนต่อปี

นี่คือ ผลผลิตทางเทคโนโลยีผ่านองค์ความรู้ ส่งต่อด้านบัญชียุคใหม่ไปสู่สหกรณ์และเกษตรต่างๆทั่วประเทศ อย่างน้อยบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ผลสัมฤทธิ์ของการส่งเสริมการทำบัญชีในระบบสหกรณ์ สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยังสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่ใช้บัญชีเป็นเข็มทิศในการนำทางสู่ความพอเพียงและยั่งยืน

Exit mobile version