หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำท่วมน่านกระทบหนัก! บสย.อุ้ม SMEs พักต้น-ดอกเบี้ย 3 เดือนต่อลมหายใจธุรกิจ

น้ำท่วมน่านกระทบหนัก! บสย.อุ้ม SMEs พักต้น-ดอกเบี้ย 3 เดือนต่อลมหายใจธุรกิจ

-

บสย.เร่งช่วย SMEs น่าน หลังน้ำท่วมกระทบวงกว้าง ออกมาตรการพักค่าธรรมเนียมและค่างวดอัตโนมัติ 3 เดือน ช่วยผู้ประกอบการประคองธุรกิจฝ่าวิกฤต

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง กระทบทั้งประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ล่าสุด บสย. ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยประคองผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ของ บสย. ให้สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โดย พักชำระค่าธรรมเนียมและค่างวดอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน

มาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มแรก ลูกค้า บสย. ที่ได้รับการค้ำประกันสินเชื่อ จะได้รับการผ่อนผันชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อออกไปอีก 3 เดือน นับจากวันที่ถึงกำหนดชำระ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม–17 กันยายน 2569

กลุ่มที่สอง ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่งอยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้และไม่มีสถานะผิดนัดชำระหนี้ จะได้รับการ พักชำระค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

บสย. ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัดน่านอย่างเร่งด่วน หลังหลายพื้นที่เผชิญอุทกภัย กระทบต่อสถานประกอบการ การค้า และกระแสเงินสดของธุรกิจ โดยการพักภาระทางการเงินในช่วง 3 เดือนจะช่วยเพิ่มเวลาให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูกิจการและกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

ผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ บสย. ในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเขต บสย. ในพื้นที่ หรือ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999 และ LINE OA: @tcgfirst

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...