หน้าแรกข่าวล่าสุดผลักดัน “วัดปราสาทภูฝ้าย” สู่แหล่งท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรม ยกระดับเศรษฐกิจชุ มชน

ผลักดัน “วัดปราสาทภูฝ้าย” สู่แหล่งท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรม ยกระดับเศรษฐกิจชุ มชน

-

“ สุรศักดิ์ ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมมอบนโยบายผลักดันแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด

วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) เวลา 10.20 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ วัดปราสาทภูฝ้าย อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ น.ส.จินณ์ตวรรณ  ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศรีสะเกษเขต 5 นายวิทวัส  ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศรีสะเกษเขต 9 หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอขุนหาญ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ภายหลังเดินทางถึงพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เยี่ยมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชุมชน และบูธแสดงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ก่อนกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดปราสาทภูฝ้าย พร้อมถวายผ้าอาบน้ำฝน จากนั้นรับฟังข้อมูลพื้นฐานและสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนรับทราบศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ก่อนมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน และถ่ายภาพร่วมกับประชาชน พร้อมเยี่ยมชมโบราณสถานภายในวัด

สำหรับ วัดปราสาทภูฝ้าย ตั้งอยู่ที่บ้านภูฝ้าย ตำบลภูฝ้าย อำเภอขุนหาญ เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บนภูฝ้าย ซึ่งมีลักษณะคล้ายปากปล่องภูเขาไฟ และได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของจังหวัดศรีสะเกษ ภายในประกอบด้วยปรางค์หินโบราณ 3 องค์ เรียงตัวในแนวเหนือ–ใต้ สร้างด้วยอิฐและศิลาแลงบนฐานหินเดียวกัน แม้ปัจจุบันจะอยู่ในสภาพชำรุดจากกาลเวลาและการลักลอบขุดค้น แต่ยังคงสะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมขอมโบราณได้อย่างชัดเจน

โบราณสถานแห่งนี้ ยังมีความโดดเด่นด้านศิลปกรรม โดยเฉพาะทับหลังรูป พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่งดงามและทรงคุณค่า ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 และบางส่วนสันนิษฐานว่ามีอายุเก่าแก่ถึงราวพุทธศักราช 1500 ในศิลปะขอมแบบเกาะแกร์ นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และอารยธรรมในดินแดนอีสานใต้

การลงพื้นที่ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้ประชาชน และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป.

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...