Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“หนึ่งการซื้อ คือหนึ่งบาทเพื่อรอยยิ้ม”สมทบกองทุนผู้เปราะบาง บ่อสวกเฮิร์บ คืนกำไรเพื่อสังคม

“หนึ่งการซื้อ คือหนึ่งบาทเพื่อรอยยิ้ม”สมทบกองทุนผู้เปราะบาง บ่อสวกเฮิร์บ คืนกำไรเพื่อสังคม

-

วิสาหกิจชมรมแพทย์แผนไทยตำบลบ่อสวก “บ่อสวกเฮิร์บ”  ร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อสวก  ช่วยเหลือผู้กลุ่มเปราะบางในชุมชน มากกว่า 300 คน โดยพร้อมใจให้หักเงิน 1 บาทจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เพื่อสมทบเข้า “กองทุนผู้ป่วยติดเตียงตำบลบ่อสวก” ภายใต้แนวคิด “1 บาทเพื่อรอยยิ้ม” เงินหนึ่งบาทที่ดูเล็กน้อยในสายตาของผู้ซื้อ เมื่อรวมกันเข้าจึงกลายเป็นพลังที่ส่งถึงกลุ่มผู้เปราะบางในชุมชน  เงินกองทุนนี้ถูกนำไปใช้ใน 3 ทิศทางหลัก ทั้งการจัดซื้อเวชภัณฑ์จำเป็นอย่างผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สำลี แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทำแผล เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวผู้ป่วย การสร้างนวัตกรรมสมุนไพรเพื่อการรักษาอย่างลูกประคบและน้ำมันเหลืองที่ทาง อสม. นำไปนวดบำบัดผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะแผลกดทับและกล้ามเนื้อฝ่อ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน  และการสร้างระบบสวัสดิการชุมชนที่ดูแลกันอย่างทั่วถึง

นางศิริมาต เรือนอุ่น หรือ แม่ภาพ  ประธานวิสาหกิจชมรมแพทย์แผนไทยตำบลบ่อสวก (บ่อสวกเฮิร์บ) และประธาน อสม.ตำบลบ่อสวก   เล่าว่า ตำบลบ่อสวกมีประชากรกว่า 6,500 คน และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่การขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน ทำให้ล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการเร่งด่วนของผู้ป่วย  วิสาหกิจชมรมแพทย์แผนไทยตำบลบ่อสวก จึงมีแนวคิดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และติดสังคม มีจำนวนรวมกว่า 200-300 คน และประมาณ 100 กว่าคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการการดูแลเร่งด่วนมากที่สุด

ในปี พ.ศ. 2563 วิสาหกิจชุมชนชมรมแพทย์แผนไทยตำบลบ่อสวก ได้เริ่มจากการผลิตลูกประคบเพื่อนำไปดูแลผู้ป่วย  จากนั้นจึงขยายมาผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ ยาหม่องสมุนไพร สเปรย์ไล่ยุง และพิมเสนน้ำ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน โดยวัตถุประสงค์หลักในช่วงแรกไม่ได้มุ่งเน้นการจำหน่าย แต่ต้องการมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ช่วยเหลือพี่น้องในชุมชน ต่อมาองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. น่าน  ร่วมกับตำบลบ่อสวก ได้พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขึ้น มีนักท่องเที่ยวและบุคคลภายนอกเข้ามามากขึ้น จึงเกิดเป็นโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่าย  แม่ภาพ ในฐานะ อสม. ที่เคยลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วย จึงมีแนวคิดที่จะ “คืนกลับสู่สังคม” ด้วยการนำรายได้จากผลิตภัณฑ์มาช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชน สมาชิกทุกคนพร้อมใจกัน หัก 1 บาท ต่อทุก 1 ชิ้นที่จำหน่ายได้ เข้าสมทบกองทุนผู้ป่วยติดเตียง ไม่ว่าผู้ซื้อจะเป็นนักท่องเที่ยว คนในชุมชน หรือผู้ที่นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ในงานต่างๆ เช่น งานมงคล หรืองานอวมงคล ก็จะมีส่วนร่วมในการทำบุญโดยอัตโนมัติ

เราช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่า “ทุกท่านที่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเรา ท่านได้ทำบุญโดยไม่รู้ตัว เพราะ 1 บาทต่อ 1 ชิ้น จะได้ไปต่อบุญให้กับผู้ยากไร้และผู้ป่วยในตำบลของเรา” แนวคิดนี้ได้รับการตอบรับดีมาก เช่น หากงานหนึ่งมีการสั่งผลิตภัณฑ์ 300 ชิ้น กองทุนก็จะได้รับเงินสมทบ 300 บาทโดยอัตโนมัติ

จุดเด่นสำคัญของกองทุนนี้คือ ความรวดเร็วในการเบิกจ่าย เนื่องจากมีคณะกรรมการและผู้รับผิดชอบเก็บเงินชัดเจน เมื่อผู้ป่วยมีความต้องการเร่งด่วน เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่กลับจากโรงพยาบาลและต้องการแผ่นรองกันเปียก (Pad) หรืออุปกรณ์ดูแลทันที สามารถเบิกจ่ายจากกองทุนนี้ได้เลย โดยไม่ต้องรอผ่านกระบวนการพิจารณาอนุมัติที่ล่าช้า โดยรายจ่ายส่วนใหญ่ของกองทุนใช้ไปกับการจัดซื้อแผ่นรองกันเปียก  และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของผู้ป่วยติดเตียง

นอกจากนี้ยังครอบคลุมการปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น ในกรณีที่บ้านผู้ป่วยมีไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอหรือห้องน้ำไม่เหมาะสม กองทุนสามารถจัดหาอุปกรณ์ให้ได้ เช่น การเปลี่ยนจากส้วมนั่งยองเป็นชักโครก โดยกองทุนออกค่าอุปกรณ์ให้ ส่วนการติดตั้งให้ลูกหลานหรือช่างในชุมชนช่วยกันทำ รวมถึงการจัดซื้อราวจับเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าห้องน้ำได้ปลอดภัยขึ้น ในบางกรณีที่ผู้ป่วยขาดคนดูแลด้านอาหาร กองทุนยังสามารถสนับสนุนค่าอาหารให้ญาติเป็นผู้จัดเตรียม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับโภชนาการที่เหมาะสม

หลังจากดำเนินงานมาประมาณ 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน) กองทุนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เครือข่ายสุขภาพชุมชนขยายตัวมากขึ้น และชาวบ้านให้การยอมรับและสนับสนุนมากขึ้น เพราะทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนของตนเอง โมเดลกองทุนนี้จึงเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาตนเองและการดูแลกันเองในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไร้ชื่อป้าย!“ก๋วยจั๊บป้าไฉน”สูตรโบราณต้นตำหรับ อร่อยมัดใจลูกค้าแน่นทุกวัน

“ก๋วยจั๊บคุณไฉน ท้ายบ้านริมคลองชายทุ่ง” ตั้งอยู่ริมคลองบุญ ตรงข้ามสะพานปูนสีฟ้า หมู่ 3 ตำบลหนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี หลังกลายเป็นร้านดังในโลกโซเชียลจากกระแสรีวิวความอร่อยของก๋วยจั๊บสูตรโบราณ ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 40 ปี เมื่อเดินทางไปถึงพบ นางไฉน พุ่มไสว อายุ 67 ปี หรือ “ป้าไฉน” เจ้าของร้าน กำลังยืนปรุงน้ำซุปอยู่หน้าเตาร้อน ๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศ...