หน้าแรกข่าวล่าสุดจุดเปลี่ยนสำคัญ!รถไฟด่วนห้องเย็นส่งออก“ทุเรียนไทย” สู่ตลาดจีน 3 วันคุนหมิง 5 เฉิงตู

จุดเปลี่ยนสำคัญ!รถไฟด่วนห้องเย็นส่งออก“ทุเรียนไทย” สู่ตลาดจีน 3 วันคุนหมิง 5 เฉิงตู

-

รถไฟด่วนห้องเย็นสายใหม่เชื่อมไทย-ลาว-จีน อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการส่งออก “ทุเรียนไทย” สู่ตลาดจีน จากเดิมที่ผู้ส่งออกต้องเลือกระหว่างการขนส่งทางอากาศที่รวดเร็วแต่ต้นทุนสูง กับการขนส่งทางเรือที่ถูกกว่าแต่ใช้เวลานานและเสี่ยงเสียหาย มาเป็นเส้นทางใหม่ที่เร็วขึ้น คุมคุณภาพได้ดีขึ้น และอาจลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ขบวนรถไฟสายใหม่นี้ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิคงที่ 13 องศาเซลเซียส ออกจาก ท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านลาวเข้าสู่จีน ก่อนถึง นครคุนหมิง ภายในเพียง 3 วัน และต่อไปยัง เฉิงตู ได้ภายใน 5 วัน เทียบกับเส้นทางเดิมที่ใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ โดยคาดว่าจะช่วยลดอัตราทุเรียนเน่าเสียจากราว 10% เหลือ 3%
จีนยังเป็นตลาดปลายทางที่ใหญ่ที่สุดของทุเรียนโลก โดยกว่า 90% ของการส่งออกทุเรียนทั่วโลก มูลค่าราว 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไหลเข้าสู่จีนเพียงประเทศเดียว ขณะที่บริการรถไฟห้องเย็นใหม่นี้ถูกคาดหมายว่าจะขนส่งทุเรียนไทยได้มากกว่า 200,000 ตันภายในปีนี้ และช่วยให้คุนหมิงกลายเป็นประตูสำคัญในการกระจายทุเรียนเข้าสู่จีนตอนใน
แต่โอกาสครั้งนี้มาพร้อมแรงกดดันใหม่ เพราะคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ก็สามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางโลจิสติกส์นี้ได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน การขนส่งที่เร็วขึ้นและรองรับปริมาณสินค้าได้มากขึ้น ยังเร่งให้อุปทานทุเรียนไหลเข้าสู่ตลาดจีนมากกว่าเดิม จนราคาทุเรียนนำเข้าปรับลดลงแล้วถึง 30% สะท้อนว่าการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากเกมของ “ปริมาณ” ไปสู่เกมของ “คุณภาพ” โดยผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญมากขึ้นกับมาตรฐานสินค้า ความสด และความน่าเชื่อถือของแหล่งผลิต

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...