หน้าแรกข่าวล่าสุด"ศุภจี" ปิดตู้ปล่อยคาราวานส่งออก “ทุเรียนไทยคุณภาพ” สู่ตลาดโลก

“ศุภจี” ปิดตู้ปล่อยคาราวานส่งออก “ทุเรียนไทยคุณภาพ” สู่ตลาดโลก

-

“ศุภจี” ปิดตู้ปล่อยคาราวานส่งออก “ทุเรียนไทยคุณภาพ” สู่ตลาดโลก ร่วมไลฟ์สดอินฟลูจีน เจาะตลาด Live Commerce ส่งเสริมแปรรูป ชูยุทธศาสตร์รักษาตลาดหลัก-ตลาดศักยภาพ พร้อมสร้างการรับรู้ผลไม้ไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตสวนทุเรียนไทย พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาคและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

โดยนายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ อดีตนายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนและมังคุด รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ได้บรรยายสรุปขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออก ตั้งแต่การตรวจโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมกับ Central Lab Thai ไปจนถึงกระบวนการตรวจปิดตู้โดยด่านตรวจพืชจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

ในโอกาสนี้ นางศุภจี และคณะ ได้ปล่อยคาราวานผลไม้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ การกระจายผลผลิตเข้าสู่ห้าง Modern Trade ในประเทศ และการส่งออกไปยังตลาดจีนด้วยตู้คอนเทนเนอร์ปริมาณกว่า 100 ตัน

นางศุภจี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดแยกจนถึงการส่งออก

นอกจากนี้ ยังได้ปล่อยคาราวานตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังประเทศจีน พร้อมกับการใช้ Influencer จีนไลฟ์สดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...