หน้าแรกข่าวล่าสุดเปิดชีวิตคุณแม่ยอดนักชก "กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์" ได้รับโอกาส "บอสชาตรี"

เปิดชีวิตคุณแม่ยอดนักชก “กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์” ได้รับโอกาส “บอสชาตรี”

-

เปิดชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครของ “กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์” นักชกแม่ลูกเล็กจากเชียงรายที่แจ้งเกิดได้แบบสุดปังจากการกระโดดเข่าลอยน็อก “กะทิ ม.ราชภัฏโคราช” อย่างสวยงามในศึก ONE ลุมพินี 151 เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา

ไฟต์นี้ “กลิ่นผกา” ได้โอกาสเปิดตัวครั้งแรกในฐานะมวยแทนของ “อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว” จากฟิลิปปินส์ที่ถอนชกเนื่องจากอาการบาดเจ็บ โดยแม้จะมีเวลาเตรียมตัวไม่นาน แต่เธอสามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการลุยอัด “กะทิ” ลงไปโดนนับในช่วงกลางยก 2 ก่อนตามปิดเกมด้วยท่ากระโดดเข่าลอยเข้าปลายคาง พร้อมชนะใจ “บอสชาตรี” คว้าโบนัส 350,000 บาทเข้าบัญชีทันที

หลังจบเกม “กลิ่นผกา” ได้เปิดใจเล่าถึงเส้นทางชีวิตนักชกของเธอที่เริ่มต้นขึ้นเพียงเพราะต้องการหาค่านมให้กับ “น้องแทนใจ” ลูกสาวสุดที่รัก พร้อมเผยเรื่องราวน่าประทับใจว่าเธอและสามีคือหนึ่งในเจ้าของค่ายมวยภูธรที่ได้รับการช่วยเหลือจาก “บอสชาตรี” เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ในโครงการช่วยเหลือ 40 ค่ายมวยขนาดเล็กที่ยากจนทั่วประเทศไทยประจำปี 2566

“เดิมทีหนูทำงานเป็นเสมียนบัญชีค่ะ ก่อนตัดสินใจหันมาเริ่มชกมวยตอนอายุ 20 ปี หลังจากคลอดลูกได้ 5 เดือน เนื่องจากเงินเดือนพนักงานไม่พอจ่ายค่านมลูก เพราะลูกแพ้นมวัว ต้องกินนมแพะ เดือนหนึ่งต้องใช้ 4 กระป๋อง กระป๋องละ 1,000 กว่าบาท เลยต้องมาชกมวยเสริมด้วยค่ะ”

“พอหันมาชกมวยแล้ว หนูรู้สึกว่ามันต่อยอดไปได้ดีกว่า เลยตัดสินใจออกจากงานประจำมาเป็นนักมวยอาชีพ และพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อย ๆ จนมีชื่อติดทีมชาติไทยชุด B ไปแข่งมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศเวียดนาม และได้เหรียญเงินมาค่ะ”

“สำหรับค่ายมวยป.ไทยสงค์ คือหนึ่งในค่ายมวยที่ได้รับเงินสนับสนุนค่าย 500,000 บาทจาก บอสชาตรี ค่ะ ในช่วงแรก พวกเราซ้อมกันบนพื้นดินแดง ใช้วิธีปูพรมทับ แล้วแขวนกระสอบทรายไว้กับต้นไม้ ทั้งค่ายมีเป้าอันเดียวให้เด็กเตะกัน 10 คน”

“ช่วงนั้นหนูตัดสินใจเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินมาทำค่าย จนกระทั่งได้เงินสนับสนุนค่าย 500,000 บาทจาก บอสชาตรี หนูก็ได้นำเงินจำนวนนั้นมาพัฒนาค่ายให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น ทำให้เด็ก ๆ ได้ซ้อมดีขึ้นเรื่อย ๆ”

“เวที ONE เป็นเป้าหมายของหนูมาตั้งแต่ที่ บอสชาตรี ให้เงินสนับสนุนค่าย หนูอยากมายืนตรงนี้ให้ได้ เพื่อให้ บอสชาตรี ภูมิใจว่าการสนับสนุนค่ายเล็ก ๆ ของหนู สามารถนำพาหนูมาถึงจุดนี้ได้จริง ๆ ค่ะ”

สุดท้ายนี้ “กลิ่นผกา” ได้ฝากขอบคุณไปยัง “บอสขาตรี” และให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเงินโบนัส 350,000 บาทที่ได้รับในไฟต์นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อค่ายมวยป.ไทยสงค์ ให้มากที่สุด

“ตอนนี้ที่ค่ายมีนักมวยทั้งหมด 9 คนแล้วค่ะ ในอนาคตก็หวังว่าจะมีนักมวยเพิ่มขึ้นไปอีก ค่ายจะได้เติบโตไปพร้อมกับเด็ก ๆ ในพื้นที่ และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณ บอสชาตรี ที่มอบเงินสนับสนุนให้ค่ายของหนูและมอบเงินโบนัสในวันนี้ด้วย หนูจะนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาต่อยอดค่ายให้ดีที่สุดเลยค่ะ”

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...