Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเอกชนชงรัฐบาล คลอด 7 โครงการคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพพุ่ง

เอกชนชงรัฐบาล คลอด 7 โครงการคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพพุ่ง

-

ประชาชนเฮลั่น… ตอบรับ รัฐบาลอนุทิน 2  “โครงการคนละครึ่งพลัส” เสนอ “โครงการพลัส- 7 มาตรการ”  คนละครึ่งพลัส ไทยเที่ยวไทยพลัส โซลาร์เซลล์พลัส รถขนส่งไฟฟ้าพลัส” เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ SME  

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนมีนาคม (40.80) ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (41.40) และเดือนมกราคม 2569

โดยดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

โดยดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงมาจากปัจจัยสำคัญ คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะด้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นตามไปด้วยส่งผลให้ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

ค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สหุงต้มก็มีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมลดลง จากรายได้ยังคงเท่าเดิม โดยส่วนหนึ่งต้องลดค่าใช้จ่าย และอีกส่วนหนึ่งต้องกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีพ ทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นแต่มีรายได้ลดลง

“จึงอาจนำไปสู่การลดจำนวนพนักงาน โดยการเลิกจ้างงาน ซึ่งจะทำให้อัตราการว่างงานมากขึ้น”

ผศ.ดร.วิวัฒน์ ยังรายงานว่า เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยพบว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางระยะไกล เช่น ยุโรปและตะวันออกกลาง

เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ธุรกิจบริการขนส่งสาธารณะ และธุรกิจนำเที่ยวก็มีรายได้ลดลงตามไปด้วย บางแห่งต้องลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าหรืออาจต้องลดจำนวนพนักงาน เพื่อไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป

นอกจากนี้ ธุรกิจรายย่อย ร้านขายของฝาก รถเช่า และไกด์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวไทยก็ลดการท่องเที่ยวลงหรือเลือกเที่ยวใกล้บ้าน และเที่ยวระยะเวลาสั้นลง ส่งผลให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวลง ทำให้รายได้ของธุรกิจท่องเที่ยวลดลงทั้งระบบและจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน เป็นต้น

จากผลกระทบทำให้เกิดความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับการดำรงชีพทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมถึงแนวโน้มของความเหลื่อมล้ำก็ขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มรากหญ้า กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ย่อมได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน

ผศ.ดร.วิวัฒน์ ระบุว่า จากการสัมภาษณ์ประชาชนต่อความคาดหวังและความต้องการเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยในหลากหลายอาชีพได้เสนอแนะต่อคณะรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

1. จากการที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจึงต้องการให้ภาครัฐช่วยลดภาระค่าครองชีพในระยะสั้นอย่างเร่งด่วน เช่น ให้เร่งดำเนินโครงการ คนละครึ่งพลัสเพื่อลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าชุมชน หาบเร่ แผงลอย ฯลฯ

2. ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินจริงจึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบและควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด และจัดงานขายสินค้าราคาถูก กระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ในทุกสัปดาห์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

3. ภาคการท่องเที่ยวไทยซบเซา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต้องการให้ภาครัฐดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น รัฐช่วยจ่ายค่าที่พัก ค่าเครื่องบิน อาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวให้ราคาถูกลง เพื่อดึงดูดให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้โรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ และร้านค้าท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

4. ต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือโดยการให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ธุรกิจมีเงินสดหมุนเวียนในกิจการอย่างเพียงพอและอัตราดอกเบี้ยต่ำจะไม่ทำให้เกิดภาระทางการเงินที่มากจนเกินความสามารถที่จะจ่ายคืนได้

5. การใช้เงินงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบชั่วคราว จากการที่รัฐบาลได้ออก 7 มาตรการด่วนสู้ภัยน้ำมันแพง ได้แก่ ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เยียวยากลุ่มขนส่งและวินมอเตอร์ไซค์ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร มาตรการช่วยเหลือกลุ่มประมง  เยียวยาคู่สัญญาภาครัฐ และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วย SMEs

“ประชาชนมองว่า 7 มาตรการดังกล่าวนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และช่วยลดผลกระทบได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยประชาชนต้องการให้ภาครัฐปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างจริงจังด้วย”

รวมถึงการมีระบบตรวจสอบสต็อกแบบ Real-time เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำมันในคลังของทุกบริษัทน้ำมันได้ทันที ซึ่งจะเป็นการป้องกันการกักตุนน้ำมัน

6. การพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซากด้านราคา ประชาชนมองว่าภาครัฐควรลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และหันมาส่งเสริมพลังงานทางเลือก โซล่าร์เซลล์บ้าน รถบรรทุกขนส่งสินค้าไฟฟ้า และรถขนส่งสาธารณะไฟฟ้า โดยภาครัฐควรจัดทำโครงการโซล่าร์เซลล์พลัส เพื่อลดค่าไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าพลัส เพื่อลดค่าพลังงานในการขนส่งสินค้า

“เป็นการลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า ส่งผลให้ราคาสินค้าลดลง อันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้ในระยะยาว” ผศ.ดร.วิวัฒน์ ระบุ

และ  7. การเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันและมีคลังน้ำมันของรัฐเพื่อความมั่นคง ประชาชนมองว่ารัฐบาล ควรมีนโยบายเพิ่มการสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างน้อย 90-120 วัน เพื่อรองรับภาวะสงครามที่อาจเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ที่อาจทำให้ไม่สามารถขนส่งน้ำมันเข้ามาได้ รวมถึงภาครัฐควรมีคลังน้ำมันสำรองที่บริหารโดยภาครัฐ เพื่อใช้แทรกแซงตลาดเมื่อเกิดภาวะขาดแคลน.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...